คำแนะนำเกี่ยวกับโครงการขุดคลองไทย ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?
เขียนคำเสนอแนะคลิกที่
| |
Interesting site. Best my wishes to creaters. Added to favorites. |
|
| |
จาก Xanax [ 5/9/49 16:11:09 ] |
xanaxtoall@yahoo.com
|
|
| |
Good site. Nice design. Added to favorites. Thanks. |
|
| |
จาก Masterok [ 1/9/49 19:33:09 ] |
ggghrik23@yahoo.com
|
|
| |
Thanks so very much for taking your time to create this very useful and informative site. I have learned a lot from your site. Thanks!!
|
|
| |
จาก Honda Miami [ 1/9/49 17:02:26 ] |
http://myhondacar.tripod.com
|
|
| |
Interesting site. Many new info for me! Thanks. |
|
| |
จาก Sokolik [ 1/9/49 14:44:52 ] |
zoprik23@yahoo.com
|
|
| |
การขุดเป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ผลเสียก็มีอยู่มาก
กลุ่มที่ศึกษาผลกระทบด้านลบเกี่ยวกับโครงการนี้น่าจะหาวิธีแก้ไข ว่า ถ้าขุดแล้วเกิดผลเสียอย่างไร ต้องแก้ปัญหาอย่างไร มากกว่ามานั่งพิมพ์ข้อความตามเว็บต่างๆคอยคัดค้าน
คิดดูให้ดีๆนะครับ ยังไงสักวันหนึ่งก็ต้องทำ เพราะกระแสทุนนิยมนั้นเป็นไรตามทฤษฎีระบบ
ตัวอย่างเช่น จีน จีนสร้างเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งๆที่ทราบว่าผลกระทบมากมาย ทั้งะรรมชาติ วัฒนธรรม รวมทั้งมรดกอันล้ำค่าของชาติเค้า แต่ว่าจีนยังเดินหน้าต่อไปโดยการแก้ปัญหาผลกระทลต่างๆที่เกิดขึ้น เค้าว่ากันว่า การสร้างเขื่อนนี้มีผลดีในระยะยาวที่ต้องลงทุนสูง แต่การลงทุนด้านแก้ปัญหาอันเนื่องมาจากผลกระทบมีมากกว่าหลายเท่าตัว
แล้วอย่างนี้ไทยจะมัวมานั่งต่อต้านกันทำไม ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านต้องร่วมกันคิด ว่าขุดมาแล้วจะแก้ปัญหาต่างๆอย่างไร
อย่างว่าหล่ะครับ ความคิดนี้มีมานานเป็นร้อยๆปีแล้ว ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่๕ บัดนี้ได้เวลาอันเหมาะสมแก่การพัฒนาอันสูงยิ่ง
ร่วมกันแก้ปัญหาเมื่อปัญานั้นเกิดขึ้นมาดีกว่าครับ |
|
| |
จาก สิงห์เขียว [ 20/8/49 15:36:08 ] |
on8288@hotmail.com
|
|
| |
อยากให้ดูนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองว่าต้องขุดคลองหรือเปล่า! โดยเฉพาะพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ที่คิดทำเมกะโปรเจ็ก ในช่วงเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ว่ามีแนวคิดในเรื่องนี้อย่างไร ลำพังส.ว.ก็ไม่เห็นทำอะไรเลย มีแต่ทำทางกายภาพเท่านั้น ต้องมานั่งรออีกกี่ปีกี่ชาติถึงจะสำเร็จเพราะมันคิดกันมาหลายรัชกาลเหลือเกิน เรื่องขุดคลองเนีย ไม่รู้เมื่อไรจะเป็นจริงสักที ถ้าขะแล้วควรจะดูเรื่องสิ่งแวดล้อมถ้าไม่มีก็ควรจะสร้างให้มันสมดุล เรื่องของการพังทลายของตลิ่งและชายฝั่ง เรื่องของมลภาวะต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น เรื่องของมวลชน ทั้งหมดควรศึกษาให้ดีก่อนทำการก่อสร้าง |
|
| |
จาก นิวัต [ 17/8/49 08:32:53 ] |
invan@yahoo.com
|
|
| |
อย่าขุดเลยครับ ขอร้องเหอะ เห็นแก่ชาวบ้านในพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยหย่อยเถอะ รู้ว่าอยากให้ประเทศพัฒนา แต่อยากบอกว่าไอ้การพัฒนาแบบไม่ระวังเนี่ยมันจะกลายเป็นการทุบหม้อข้าวตัวเองซะมากกว่า คิดหน้าคิดหลังให้ดีครับ ผมมีความเห็นหนึ่งมาเสนอถึงผลกระทบเบื้องต้นจากการขุดคลอง
ประเด็นปัญหาเรื่องชายฝั่งที่จะเกิดจากโครงการนี้แน่ ๆ คือ จะต้องมีการขุดลอกร่องน้ำกันอย่างใหญ่โต เพื่อรองรับเรือขนาดยักษ์ที่จะผ่านชายฝั่ง เข้าไปยังแผ่นดิน ร่องน้ำที่ว่าจะก่อให้เกิดช่องว่างมหาศาล ที่กลไกธรรมชาติจะดึงตะกอนโดยรอบด้านกลับ ส่งผลไปถึงชายหาด ไม่ว่าจะเป็นหาดทราย หรือหาดโคลน จะถูกดึงทรายหรือเลนหาดลงไปแทนที่แบบเป็นทอดๆ ที่นี้ชายฝั่งก็จะเกิดปัญหาพังเป็นแถบ แม้แต่ตอนนี้ยังไม่มีเมกาโปรเจคท์ระดับนี้ ทั้งสองฝั่งทะเลไทยก็เกิดการพังของชายฝั่งอย่างรุนแร งอยู่แล้ว แล้วทีนี้แหล่งหญ้าทะเล และป่าชายเลนจะอยู่ได้อย่างไร บริเวณนี้สภาพพื้นที่ไม่มีความคงตัวเลย เป็นบริเวณที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตทั้งที่เป็นอาหารขอ งมนุษย์ หรือสัตว์น้ำขนาดเล็กที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหา ร ที่กระทบต่อสัตว์ที่เป็นอาหารของมนุษย์อีกที กระทั่งลูกสัตว์น้ำวัยอ่อนที่จะโตมาเป็นอาหารของเราด ้วย พะยูนที่คนตรังเขาภูมิใจก็คงกลายไปเป็นแค่อดีต
เฉพาะเรื่องร่องน้ำนี้ ที่เห็นความเสียหายทางฝั่งอันดามันก็สุสานหอยจ.กระบี ่ไง การพังลงของสุสานหอยนั้นเกิดจากการขุดลอกร่องน้ำ เพื่อเข้าไปยังท่าเรือที่สร้างขึ้น ผลทำให้ร่องน้ำนั้น เรียกตะกอนกลับคืน จนไปดึงตะกอนใต้ชั้นแผ่นฟอสซิลหอยออกมา เมื่อไม่มีสิ่งรองรับน้ำหนัก มันก็พังครืนไม่เป็นท่า นี่เป็นตัวอย่างทางด้านการท่องเที่ยว ที่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของการพัฒนา
แล้วการดัดแปลงชายฝั่งอย่างมโหฬารนี้ ก็ยังมีผลกระทบลูกโซ่ไปได้ในระยไกล จนแทบจะไม่มีใครมองไปถึงได้ อาจจะไกลไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวด้วยเลย อยู่ดีๆ ชายฝั่งก็มาพังลงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จนตั้งตัวไม่ติด
สำหรับชายฝั่งทางด้านอ่าวไทย การกัดเซาะชายฝั่งตอนนี้รุนแรงมาก ดังที่เป็นข่าวอยู่เรื่อยๆ การเปลี่ยนแปลงขงชายฝั่งตามธรรมชาตินั้นมี แต่ไม่ได้เกิดขึ้นรวดเร็วขนาดนี้ กว่าจะมองออกแทบจะเป็น 10 ปีทีเดียว ดังนั้น หากมีการดัดแปลงโครงสร้างขนาดใหญ่ขึ้น ปากพนังซึ่งอยู่ถัดทางด้านเหนือ ซึ่งกระแสน้ำไหลผ่าน จะเสียแผ่นดินให้กับทะเลจนอาจจะสิ้นถึงแม่น้ำปากพนัง ได้
สิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นอาจจะไปเปลี่ยนทิศทางของกระแ สน้ำ ทำให้การวางไข่ของสัตว์น้ำ เกิดการเปลี่ยนแปลง ถ้าซวยเปลี่ยนแปลงมากหน่อย เราคงได้นำเข้าอาหารทะเลกินกันในราคาสุดเอื้อม แทนที่จะดำเนินรอยตามเศรษฐกิจพอเพียง คือได้จับกินกันในประเทศ ไม่ต้องซื้อเขา เหลือก็ขาย ก็กลายเป็นเราต้องซื้อเขามากินแบบที่ไม่เคยเป็นมา
ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง การมีเรือขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาในชายฝั่งเป็นจ ำนวนมาก จะเกิดผลกระทบจากน้ำทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นจากน้ำมันรั่ว หรือน้ำทิ้งจากอับเฉาเรือ ซึ่งมีสิ่งมีชีวิตทั้งขนาดใหญ่ ซึ่งหากขยายพันธุ์ได้รวดเร็วในชายฝั่งก็จะเกิดปัญหาต ่อมาแน่นอน หากเป็นระดับแพลงก์ตอน อาจจะเป็นพวกที่ทำให้น้ำชายฝั่งเป็นพิษ มีผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์น้ำชายฝั่ง ทั้งในธรรมชาติ และการเพาะเลี้ยง ไม่มีทางที่ใครจะคุมเรือเหล่านั้นได้หมด ซึ่งเรื่องเหล่านี้เคยเกิดขึ้นแล้วในหลายๆแห่งของโลก \"แต่ประวัติศาสตร์สอนอะไรเราบ้าง ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า เราไม่เคยเรียนรู้อะไรจากประวัติศาสตร์เลย\" (จากคำของ สุรชัย จันทิมาธร
นี่ยังไม่รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่แตกต่างกันใ นสองฝั่งทะเลแห่งนี้ ซึ่งในบ้านเรายังไม่ได้ตีค่าความสำคัญสักเท่าไหร่ หากเกิดสิ่งมีชีวติฝั่งหนึ่ง ข้ามไปมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอีกฝั่งหนึ่ง ก็อาจมีผลกระทบในด้านการแก่งแย่งพื้นที่ จนสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญทางด้านเป็นอาหาร หรือห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ ต้องสูญเสียสมดุลย์ไปด้วย
สรุป พอเพียงเถอะครับ เราไม่จำเป็นต้องเอาธรรมชาติบ้านเราไปเสี่ยงกับเรื่อ งอย่างงี้หรอก ทางออกยังมีในเรื่องของการขนส่ง ปัญหาที่ยังมองไปไม่ถึง และใช้เวลานานกว่าที่จะมองถึงยังมีอีกมาก และท้ายสุดความหลากหลายทางชีวภาพที่บ้านเรายังไม่เห็ นคุณค่า และผลกระทบของการสูญเสีย (มีผลกระทบด้านนี้แน่นอน จากสิ่งมีชีวิตที่ไหลไปตามมวลน้ำ) นั้น ไม่ควรจะนำมาเสี่ยงด้วยเป็นอย่างยิ่ง
พอทรัพยากรธรรมชาติเราเสียหายจนใช้ไม่ได้ ไอ้ชาติที่เรากะสร้างคลองลบผลประโยชน์มันจะหัวเราะเยาะเอานะครับ |
|
| |
จาก ปัด [ 13/8/49 16:41:36 ] |
max_pratch2@hotmail.com
|
|
| |
แล้วจะมีวิธียังไงที่จะแก้ไขทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่เสียไป คุ้ยรึเปล่ากับป่าชายเลน และหน้าดิน ชายหาดน้ำตื้นที่จะต้องเสียไป การพัฒนาบ้านเมืองน่าจะมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ แค่นักการเมืองไม่โกงกิน ก็สามารถพัฒนาบ้านเมืองได้มากแล้ว อยู่แบบพอเพียงดีกว่ามั้งคะ สนองพระราชดำรัสของพ่อหลวงด้วย |
|
| |
จาก p [ 12/8/49 11:58:03 ] |
pui_jutamas9@yahoo.com
|
|
| |
แก้ \\\"คริก\\\" หน้าแรกด้วยครับ เด็กจะงงครับ............... ------------------- ------------------ ............................ .......................... จาก รักไทยไม่ต้องบอกว่ารัก [ 12/7/48 02:56:38 ] mimeeka@even.com ^^ ^^ คำว่า click ที่เป็นภาษาไทยน่ะ เขียนด้วย รอ เรือ
หนึ่งปีแล้วที่มีคุณข้างบนท้วงติงมา ก็ยังเหมือนเดิม หรือเว็บนี้ ร้างไปซะแล้ว ปิดเว็บแล้วหรือนี่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็จะเป็นการน่าเสียดายเว็บนี้มาก เว็บนี้ดีจริงๆ |
|
| |
จาก ช่วยแก้ไขด้วยนะ [ 12/8/49 09:17:06 ] |
wanwaree@hotmail.com
|
|
| |
ยังไงๆ ก็ไม่เอา ทักษิณ...!! เดี๋ยวมันเล่นแร่แปรธาตุ เอาคลองไทยไปขายต่างชาติ....ไม่เชื่อสันดานมันแล้ว |
|
| |
จาก dude [ 10/8/49 22:58:31 ] |
dude@hotmail.com
|
|
| |
ผมอยากทราบว่าปริมาณเรือต่อวันที่จุดคุ้มทุนของการขุดคลองไทยเป็นกีลำ พร้อมคำอธิบาย และ มูลค่าผลประโยชน์ต่อวันที่ทำให้โครงการมีความเหมาะสมเชิงเศรษฐศาสตร์(ขอความกรุณาตอบด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ)
ปัญญา นักศึกษา
|
|
| |
จาก ปัญญา นักศึกษา [ 10/8/49 18:41:01 ] |
n-panya@hotmail.com
|
|
| |
ผมอยากทราบว่าปริมาณเรือต่อวันที่จุดคุ้มทุนของการขุดคลองไทยเป็นกีลำ พร้อมคำอธิบาย และ มูลค่าผลประโยชน์ต่อวันที่ทำให้โครงการมีความเหมาะสมเชิงเศรษฐศาสตร์(ขอความกรุณาตอบด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ)
|
|
| |
จาก จาก ปัญญา นักศึกษา [ 10/8/49 18:40:27 ] |
n-panya@hotmail.com
|
|
| |
ผมอยากทราบว่าปริมาณเรือต่อวันที่จุดคุ้มทุนของการขุดคลองไทยเป็นกีลำ พร้อมคำอธิบาย และ มูลค่าผลประโยชน์ต่อวันที่ทำให้โครงการมีความเหมาะสมเชิงเศรษฐศาสตร์(ขอความกรุณาตอบด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ) |
|
| |
จาก ปัญญา นักศึกษา [ 10/8/49 18:38:51 ] |
n-panya@hotmail.com
|
|
| |
\"กูกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักด์\" ผู้เป็นโอรสของพระปิยมหาราช ขอประกาศให้พวกมึ...งรับรู้ไว้ว่า แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษ ได้เอาเลือดเอาเนื้อเอาชีวิตแลกไว้ ไอ้อีมันผู้ใด คิดชั่วร้ายทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ฤา กระทำการทุจริต ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว ก่อนที่ที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม อันเป็นที่รักของกู ตราบใดที่คำว่า \"อาภากร\" ยังยืนหยัดอยู่ในโลก กูจะรักษาผืนแผ่นดินสยามของกู ลูกหลานทั้งหลาย แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น
|
|
| |
จาก กฤษน์หาความรู้ไว้บ้าง [ 10/8/49 18:24:57 ] |
hkoyb@sanook
|
|
| |
กระผมได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้มาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กอยู่ต่างจังหวัด จนกระทั่งปัจจุบันอายุเข้าสู่วัยกลางคนก็ยังไม่ได้รับข้อมูลที่ดีมากนัก แต่ก่อนโดยทั่วไปคิดว่าคงเป็นส่วนมากที่รับรู้แค่เพียงว่าเมื่อทำการขุดแล้วจะเเป็นการแบ่งแยกประเทศไทย นี่คือข้อมูลที่รับรู้มาตลอดแต่ก็ไม่ได้ติดตามอะไร เพราะไม่ทราบว่าจะไปหาข้อมูลที่ไหน จนกระทั่งขณะนี้ได้ลงประชามติแล้วว่าให้ทำการขุดคลองไทย แต่ว่าข้อมูลหรือว่าประชาชนทราบเป็นจำนวนน้อยมาก การประชาสัมพันธ์ยอมรับว่าอ่อนมาก แล้วถ้าเกิดใครบ้าจี้ปลุกกระแสที่ว่าขุดแล้วจะทำให้ประเทศไทยแบ่งแยก ประชาชนที่ไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริงอาจหลงเชื่อไปตามนั้นก็ได้ ดั่งนั้นผมคิดว่าทางรัฐบาลน่าจะให้ความรู้หรือว่าประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ เพราะที่กระผมได้รับข้อมูลนี้มาก็มาจากทางอินเตอร์เน็ต แล้วอีกกี่ล้านคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวทางอินเตอร์เน็ต จะให้เขาเหล่านั้นไปหาข้อมูลมาจากไหน เพราะเท่าทีดูตามสื่อแล้ว ไม่เห็นว่าจะมีสื่อในด้านไหนที่ให้ข้อมูล หรือให้อะไรที่เป็นประโยชน์มากเท่าที่ควร ทั่งๆที่นี่คือโครงการระดับประเทศหรือว่าระดับโดลกก็ว่าได้ เพราะว่ามันจะเกี่ยวข้องกับหลายประเทศ และเป็นโครงการที่จะพัฒนาประเทศไทยให้เจริญรุดหน้าต่อไปในอนาคต รวมทั้งนักทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักกู้ชาติ นักเลือกตั้ง นักรักประเทศไทย(แต่ปาก) นักอนุรักษ์ที่ตอนนี้ไม่มีอะไรจะให้อนรักษ์แล้ว หรือนักสร้างภาพที่ต้องการเป็นนายกฯขนาดลงทุนไปไถนา ทั้งที่ในชีวิตอาจไม่เคยคิดที่จะทำ อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวมแล้ว การประชาสัมพันธ์หรือการเคลื่อนไหวในทางที่สร้างสรรค์ค่อนข้างจะหายาก ถ้าเราทำการขุดแล้วเรือรบเราที่จะข้ามไปมาระหว่างสองฝั่งสามารถทำได้โดยสะดวก ไม่ใช่ว่าเราจะไปฝั่งมหาสมุทรอินเดียแต่ต้องไปขออนุญาติเดินทะเลจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เพราะเราต้องผ่านน่านน้ำของเขา มีที่ไหนบ้างครับเพราะการเคลื่อนย้ายกำลังพลคือความลับของชาติ แต่เราไม่เป็นความลับเราจะทำอะไรมาเลฯและสิงคโปร์รู้หมดเพราะเราต้องเอาเรือรบไปผ่านน่านน้ำของเขา ประเทศไทยตั้งอยู่ในทำเลที่เอื้ออะไรหลายอย่างแต่เรากลับไม่สามารถตักตวงเอาผลประโยชน์ได้เต็มที่ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเรารู้ไม่เท่าทันประเทศอื่นเขา ที่มีบางประเทศคัดค้านหรือว่าไม่ให้เราขุดโดยอ้างเหตผลว่าอย่างโน้นอย่างนี้ นั้นเพราะเขารู้ว่าถ้าเราขุดเมื่อไรเขาจะสูญเสียผลประโยชน์อย่างมหาศาล ประเทศที่อยู่รอบๆประเทศไทยลงไปทางใต้จึงพยายามทุกวิธีทางที่จะไม่ให้คลองคอดกระเกิดขึ้นได้ ที่ผ่านมาคนที่เป็นใหญ่ในประเทศก็หลงทางไปตามเขา ในปัจจุบันนี้สิ่งต่างๆได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว ทำไมทุกๆอย่างประเทศในแถบภูมิภาคนี้ต้องไปซื้อสินค้าจากประเทศสิงคโปร์ เราเอาเงินไปให้สิงคโปร์เพื่อะไร ทำไมเราจะไปอเมริกาเราจะต้องไปอ้อมเรือที่สิงคโปร์ ทำไมเราไม่ขุดคลองของเราเอง ทำไมเราต้องไปจ่ายเงินให้ประเทศอื่นเขาเพื่อเดินทาง ถึงเวลาหรือยังครับที่เราจะช่วยตัวเอง ช่วยให้ประเทศไทยพ้นจากความยากจน ทำไมเราไม่ทำอะไรให้ครบวงจร ตอนนี้เรามีสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลก แล้วทำไมเราถึงจะมีคลองเดินเรือที่ดีที่สุดในโลกไม่ได้ ทำไมเราไม่ทำให้ครบวจรทั้งสนามบินทั้งท่าเรือ เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้เอื้ออำนวยให้เราทุกอย่าง ขึ้นอยู่ที่เราคนไทยทุกคนว่าเราพร้อมหรือยังที่จะเดินไปข้างหน้า เราจะมีคลองที่มีเรือผ่านมากที่สุดในโลก และเป็นคลองที่มีความสำคัญที่สุดในโลก คิดดูซิครับถ้าเราขุดคนทั่วโลกจะต้องเดินทางมาเที่ยวและมาดูคลอง ซึ่งนั้นจะเป็นการสร้างเงินและสร้างงานให้คนในประเทศอย่างมากมายมหาศาล ชาวสวน ชาวไร่จะได้ขายผลผลิตต่างๆให้กับเรือที่ผ่านไปมา ชาวบ้านแถวนั้นจะได้พบกับความสุขเสียที แค่มีโครงการเกิดขึ้นใครที่มีที่ดินอยู่บริเวณนั้นก็คงจสบายไปด้วย ขอสนับสนุนให้ดำเนินการโดยเร็ว เพื่อประโยชน์สุขของประเทศไทย เพื่อความเจริญของประเทศไทย เพื่อความสงบสุขของพี่น้องชาวใต้ทุกคน และความเจริญของประเทศไทยทั้งมวล |
|
| |
จาก กฤษณ์ [ 9/8/49 05:32:24 ] |
krissana_68@hotmail.com
|
|
| |
ดูหน้ากันไว้ครับท่าน หน้าแรก จะพบกับหน้าพวกขุดชาติขาย ขุดเสร็จด้ามขวานทองไปไหน ก็กลายเป็น ปังตอ ล่ะซิ จำหน้ากันไว้เลยพวกเห็นแก่เงินเหตุผลที่ดีเกี่ยวกับการไม่ให้ขุด มันลบกันหมด อย่ามองเรื่องเงินกันอย่างเดียวพี่น้อง ต่างชาติมันโกยเงินกลับบ้านมโหราน แน่ใจหรือครับว่าพวกเค้าโง่เหมือนพวกท่าน ขุดแล้วได้อะไร ชาวเรือผู้รักชาติเค้ารู้กันดี ก็เอาแต่อ้ายแก่กะโหลกกะลาเข้าไปเป็นที่ปรึกษา ขอให้เสด็จเตี่ยลงโทษ พวกนี้จงวิบัติ |
|
| |
จาก ลูกทะเล [ 9/8/49 00:29:32 ] |
seaklom@sanook
|
|
| |
โปรดขุดซะทีเถิดครับผมเคยเห็นมีบางคนจุดประกายแล้วเงียบหาย แล้วตอนนี้จะรออะไรหรือครับ หรือรอให้ถึง80 ปีถึงจะเริ่มลงมือถึงช่วงนั้นผมคงตายแล้วจึงจะได้เห็นคลองไทยที่คิดกันจนคนไทยตายไปหลายรุ่น |
|
| |
จาก คม [ 9/8/49 00:18:45 ] |
saha250@hotmail.com
|
|
| |
บทวิเคราะห์ขุดคลองไทย ประเทศไทยได้อะไร? update เมื่อไหร่คะ ใครทราบช่วยกรุณาตอบด่วนด้วยนะคะ |
|
| |
จาก นิสิต [ 8/8/49 19:16:04 ] |
oyasumi_nazai@hotmail.com
|
|
| |
ผมอยากทราบว่าปริมาณเรือต่อวันที่จุดคุ้มทุนของการขุดคลองไทยเป็นกีลำ พร้อมคำอธิบาย และ มูลค่าผลประโยชน์ต่อวันที่ทำให้โครงการมีความเหมาะสมเชิงเศรษฐศาสตร์(ขอความกรุณาตอบด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ) |
|
| |
จาก นาย ปัญญา (นักศึกษา) [ 8/8/49 15:29:43 ] |
n-panya@hotmail.com
|
|
| |
\"กูกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักด์\" ผู้เป็นโอรสของพระปิยมหาราช ขอประกาศให้พวกมึ งรับรู้ไว้ว่า แผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษ ได้เอาเลือดเอาเนื้อเอาชีวิตแลกไว้ ไอ้อีมันผู้ใด คิดชั่วร้ายทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ฤา กระทำการทุจริต ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม จงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว ก่อนที่ที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยาม อันเป็นที่รักของกู ตราบใดที่คำว่า \"อาภากร\" ยังยืนหยัดอยู่ในโลก กูจะรักษาผืนแผ่นดินสยามของกู ลูกหลานทั้งหลาย แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น แผ่นดินใดที่ให้ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น
|
|
| |
จาก รักชาติยิ่งชีพ [ 8/8/49 02:21:11 ] |
lovethai@sanook.com
|
|
| |
* * จับตาแผนพัฒนามาเลเซีย ฉบับ\"อับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี\" * *
Wednesday, August 02, 2006 09:30
หนึ่งวันหลังจากที่ในเมืองไทยมีการทดลองใช้สนามบินแห่งใหม่แบบอิหลักอิเหลื่อ คือเสร็จก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อย แถมยังไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยในระดับนานาชาติ ที่สนามบินเล็กๆ ชื่อสนามบินเซไน ในรัฐยะโฮร์ ทางด้านใต้สุดของมาเลเซีย นายกรัฐมนตรีอัลดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี เดินทางไปประกาศแผนการใหญ่ของตนเองอย่างเป็นทางการที่นั่น สิ่งที่บาดาวีประกาศคล้ายๆ กับที่มหาธีร์ โมฮัมหมัด เคยประกาศในการสร้าง \"ปุตราจายา\" เมื่อหลายปีก่อน เพียงแต่สิ่งที่เจ้าตัวเรียกว่า \"วิสัยทัศน์ของบาดาวี\" นั้น มีขอบเขตใหญ่โตกว่า และมีรูปแบบที่เป็นอิสระมากกว่าที่มหาธีร์ทำก่อนหน้านี้มากมาย นิว สเตรท ไทม์ส หนังสือพิมพ์ของทางการมาเลเซีย ยกให้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในบรรดาเรื่องที่บาดาวีประกาศมาตลอดทั้งปีนี้ เนื้อหาหลักที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียประกาศไว้ที่สนามบินเซไนนั้น แน่นอนเน้นหนักไปที่แผนการพัฒนาพื้นที่ทางด้านใต้ของรัฐยะโฮร์ ให้เป็น \"เขตเศรษฐกิจพิเศษ\" เลียนเยี่ยงเขตเศรษฐกิจพิเศษในจีนแผ่นดินใหญ่อย่าง \"เซิ่นเจิ้น\" หรือ \"ฮ่องกง\" ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคนี้อยู่ในขณะนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่า \"เขตเศรษฐกิจยะโฮร์ใต้-เซาท์ ยะโฮร์ อีโคโนมิก รีเจี้ยน (เอสเจอีอาร์)\" และแสดงความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่ยังคงเป็นเพียง \"แผนการ\" ดังกล่าวนี้จะพลิกโฉมหน้ายะโฮร์ให้กลายเป็น \"มหานคร\" เทียบเคียงกับมหานครทั้งหลายได้ ไม่ว่าในระดับของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก หรือแม้แต่ในระดับโลก เขาบอกอย่างมั่นใจว่า ฮ่องกงเป็นอย่างไร ยะโฮร์ก็จะเป็นอย่างนั้นให้ได้ในอนาคต สุดท้าย พื้นที่ราวๆ 1,500 ตารางกิโลเมตร ทางด้านใต้สุดของยะโฮร์ ที่เป็นพรมแดนติดต่อกับสิงคโปร์ จะทำหน้าที่เป็นเสมือนหัวรถจักรฉุดลากเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวรุดหน้าต่อไปในอนาคต และไม่แน่นักว่ามันจะกลายเป็นตัวฉุดลากเศรษฐกิจของอาเซียนทั้งภูมิภาคให้ก้าวรุดหน้าต่อไปอีกด้วย ด้วยความคาดหวังอย่างนั้น จึงไม่แปลกที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะบอกออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาคาดหวังว่าเอสเจอีอาร์จะกลายเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทนที่จะเป็นสิงคโปร์อย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้ เขามีเหตุผลเพียงพอที่จะมาสนับสนุนความเชื่อดังกล่าว บาดาวีบอกว่า พื้นที่เป้าหมายในการก่อสร้างตามโครงการเอสเจอีอาร์ มีขนาดใหญ่โตกว่าสิงคโปร์ ที่มีพื้นที่ทั้งหมดราวๆ 680 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ราวสองเท่าครึ่ง ขนาดที่ว่านั้นมีความสำคัญไม่น้อย เนื่องจากมันหมายถึงราคาที่ดินที่ถูกกว่าแบบเทียบกันไม่เห็นฝุ่น นอกจากนั้น ยะโฮร์ยังมีประชากรมากกว่า ซึ่งหมายถึงทรัพยากรบุคคลจำนวนมากกำลังรอคอยการพัฒนาให้กลายเป็นแรงงานทรงคุณค่าได้มากกว่าในอนาคต พื้นที่เป้าหมายยังคงเป็นชนบทที่สามารถจะเนรมิตอะไรขึ้นมาก็ได้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับความเป็นเสรีและเงินลงทุนที่จะมีมาให้ ซึ่งการบริหารในรูปแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษน่าจะเอื้อต่อความเป็นอิสระในการพัฒนาพื้นที่ลงทุนได้มากไม่น้อย อย่างน้อยก็น่าจะเทียบเท่าได้กับที่บรรดานักลงทุนต่างชาติได้รับในสิงคโปร์ และเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้องการ อับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี ถึงกับลงทุนมากำกับทุกอย่างด้วยตัวเอง ในฐานะประธานร่วมขององค์กรของรัฐที่เพิ่งผ่านการจัดตั้งมาใหม่หมาดจากรัฐสภามาเลเซีย เรียกว่า \"สำนักงานกิจการยะโฮร์ใต้\" (South Johor Authority) ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานอีกคนคือ อับดุล กานี ออธมาน มุขมนตรีแห่งรัฐยะโฮร์ ด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ทำให้ไม่ยากที่บาดาวีจะบอกว่า ยะโฮร์คือความท้าทายใหม่ที่สิงคโปร์จะต้องจับตาและไล่ตามให้ทัน ประเด็นสำคัญที่สุดในเรื่องของเงินลงทุนนั้น บาดาวีประกาศอย่างอหังการว่า เพียงแค่เป็นแผนการ ก็มีนักลงทุนทั้งที่เป็นบริษัทของมาเลเซียเองและนักลงทุนจากต่างชาติให้คำมั่นจะเทเงินมาลงทุนในพื้นที่นี้แล้วถึง 15,000 ล้านริงกิต คิดเป็นเงินไทยได้ไม่น้อยกว่า 163,000 ล้านบาท นิว สเตรท ไทม์สบอกว่า แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่จะมาจากตะวันออกกลาง ดินแดนที่กักตุนดอลลาร์จากการค้าน้ำมันไว้เป็นจำนวนมาก ล้นเหลือชนิดที่เรียกว่าหาแหล่งลงทุนได้ไม่สะใจเท่ากับปริมาณเงินที่ได้มา นั่นอาจหมายความว่า เอสเจอีอาร์อาจไม่จำกัดเงินในการพัฒนาครั้งใหญ่ครั้งนี้ไว้เพียงแค่นั้นเท่านั้น ข้อเท็จจริงที่น่าจับตามองก็คือ เอสเจอีอาร์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง-แค่ 1 ใน 3 ของโครงการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปี ฉบับที่ 9 ของมาเลเซีย ที่บาดาวีประกาศไว้เมื่อต้นปี 2549 ที่ผ่านมา แผนพัฒนาประเทศของบาดาวี กินขอบเขตเกือบทั่วทั้งประเทศ เขาแบ่งสัดส่วนการพัฒนาออกไปเป็น 3 ซุปเปอร์ คอร์ริดอร์ มีกิจการเพื่อการลงทุนของรัฐ 3 บริษัท แยกกันรับผิดชอบในการบริหารงาน โดยมีตอนใต้ของยะโฮร์เป็นหัวหอก เรียกว่า \"เซาท์ ยะโฮร์ คอร์ริดอร์\" ซึ่งบริหารงานโดยคาซานาห์ เนชั่นแนล นอกเหนือจากนั้นยังมีซุปเปอร์ คอร์ริดอร์อีก 2 ส่วน คือ ด้านเหนือ เรียกว่า นอร์เทิร์น คอร์ริดอร์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ กินอาณาเขตครอบคลุมรัฐเปอร์ลิส ปีนัง และทางเหนือของรัฐเปรัก พื้นที่ดังกล่าวมีบริษัท เพอร์โมดาลัน เนชั่นแนล เบิร์นฮัด (พีเอ็นบี) เป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนา ซุปเปอร์ คอร์ริดอร์ส่วนสุดท้ายอยู่ทางฝั่งตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่รัฐกลันตัน ตรังกานู และด้านตะวันออกของรัฐปาหัง พื้นที่ส่วนนี้รับผิดชอบในการพัฒนาโดยบริษัทเปโตรนาส บรรษัทกิจการน้ำมันและก๊าซแห่งชาติของมาเลเซีย ยังไม่แน่ชัดว่ารูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจในซุปเปอร์ คอร์ริดอร์อีก 2 จุดนั้น จะยกเอารูปแบบของ \"เอสเจอีอาร์\" มาหรือไม่ รู้แต่ว่าผู้นำมาเลเซียภาคภูมิใจอย่างยิ่งยวดกับทั้งหมดนี่ อับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี บอกกับผู้สนับสนุนกว่า 5,000 คน ที่เดินทางมาให้การต้อนรับแน่นขนัดสนามบินเล็กๆ ในยะโฮร์ว่า \"ทั้งหมดนี้คือแผนของผม\" แผนที่หากเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ไม่เพียงสะเทือนถึงสิงคโปร์ หากแต่ยังกระทบถึงไทยที่ยังทะเลาะกันอยู่ไม่จบในตอนนี้อีกต่างหาก!! มีอะไรใน\"เขตเศรษฐกิจยะโฮร์ใต้\" ตามแผนการพัฒนาเบื้องต้นของอับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี ภายในพื้นที่ราว 1,500 ตารางกิโลเมตร ของเขตเศรษฐกิจยะโฮร์ใต้ ตามวิสัยทัศน์ของเขาจะประกอบด้วยพื้นที่ต่างๆ ดังต่อไปนี้ **นูซาจายา เมืองหลวงใหม่ของรัฐยะโฮร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง กำหนดจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2550 มูลค่าการก่อสร้างประมาณ 400 ล้านริงกิต ประกอบด้วยอาคารสภาแห่งใหม่ และสำนักงานเลขานุการ (รัฐมนตรีแห่งรัฐ) แห่งรัฐ โดยมีสำนักงานของรัฐด้านต่างๆ รายล้อมอยู่โดยรอบ **ดังกา เบย์ พื้นที่เมืองริมน้ำที่ครอบคลุมพื้นที่ริมทะเลของยะโฮร์ โดยทางการมาเลเซียเตรียมการพัฒนาเป็นระยะๆ ตลอดช่วงเวลา 15 ปีข้างหน้า **ไซเบอร์ซิตี้ เมืองแห่งเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นมัลติมีเดีย ซุปเปอร์ คอร์ริดอร์ ของยะโฮร์ ประกอบด้วยการก่อสร้าง ไซเบอร์ พอร์ต อาคาร 30 ชั้น ชื่อ \"เมนารา ซาราวัก\" ขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของตัวเมือง **ศูนย์โลจิสติกส์ จัดทำศูนย์กลางเพื่อการขนส่งทั้งทางน้ำและทางอากาศ พัฒนาพื้นที่ให้ครอบคลุมทั้ง ท่าอากาศยานเซไน ท่าเรือยะโฮร์ในปาซีร์กูดัง และท่าเรือตันจุง เพเลพาส เชื่อมต่อด้วยเส้นทางรถไฟสำหรับการลำเลียงสินค้าทางบก **ทางหลวง เซไน-เดซารู โครงการนี้จะเป็นการเปิดและเชื่อมโยงพื้นที่ชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงใต้กับพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศ และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาขึ้นในเดซารู ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนจากเกาหลีใต้นำเงินจำนวน 2,000 ล้านดอลลาร์ มาลงทุนสร้างรีสอร์ทขึ้นที่นั่น |
|
| |
จาก สภาวิจัยแห่งนครตรัง [ 2/8/49 11:14:18 ] |
trangcity@hotmail.com
|
|
| |
สรุปตอนนี้ก็ยังไม่ขุดใช่มั๊ยคะ หรือว่าแค่วางแผนคะ ยังไม่ได้เริ่มอะไรเลย ช่วยตอบหน่อยคะ ขอบคุณคะ |
|
| |
จาก เบบี้ [ 1/8/49 10:21:48 ] |
binkandbink@gmail.com
|
|
| |
ขุดสักทีคร๊าบๆๆ ศึกษากันเป็นหมื่นๆปีละมังคนไทย ไม่ไหวๆ ชาติบ้านเมืองอื่นที่เขาเจริญๆกันได้เขา คงไม่ทำอะไรแบบบ้านเมืองเราหรอก สนามบินก็ 30 ปี อะไรๆก็ช้า ก็เลื่อน มีปัญหาไปหมด ทั้งๆที่มีโอกาศดีๆทั้งนั้น แต่ก็ไม่สามารถคว้าเอาไว้ได้ ดูอย่างเกาหลี เขาไปถึงไหนแล้ว |
|
| |
จาก เกาเหลา [ 26/7/49 13:43:32 ] |
gaolao@hotmail.com
|
|
| |
ชนใดขาดความรักสมัคร!อับพลีชอบวางระเบิดน่าจะเห็นว่าใครว่าง? ที่ จ.ตรัง มีแต่สงบร่มเย็น ขุดคลองดีดีดีดีดี แล้วตั้งฐานทัพภาคใต้มากๆ |
|
| |
จาก คุณทีป [ 23/7/49 10:07:02 ] |
prateep189@yahoo.com
|
|
| |
www.thai-canal.com เวป ขอคุณมากค่ะที่เขาใจหัวอกคนในพื้นที่ น้องก็เป็นคนในพื้นที่คนหนึ่งค่ะ ไม่อยากให้ขุดคลอง และอยากทราบรายละเอียดที่มีการขุดคลองผ่าน ถ้าพี่ทราบว่ามีพื้นที่ไหนที่ชัดเจนกรุณาบอกกันบ้างนะค่ะ จากเด็กตรัง ที่jintana123@thaimail.com
|
|
| |
จาก เด็กตรัง [ 14/7/49 14:54:37 ] |
jintana123@thaimail.com
|
|
| |
Congratulations on a great web site. I am a new computer user and finding you was like coming home. Continued success. Holevy Urrau. |
|
| |
จาก Holevy Urrau [ 8/7/49 10:54:51 ] |
hurra@msn.com
|
|
| |
มองสิงคโปร์ ผ่านความสำเร็จที่โดดเดี่ยวของลี กวน ยู Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)
Wednesday, July 05, 2006 10:19 6612 XTHAI XCLUSIVE COMM/P V%NETNEWS P%WKT
ลี กวน ยู : รัฐบุรุษที่ยังมีชีวิต หลายคนคงจำได้ว่าเมื่อ 2 เดือนก่อน ลี กวน ยู ได้กล่าวกับนักข่าวต่างประเทศ ว่า การเมืองของสิงคโปร์นั้นพัฒนาไปไกล และเขาได้เปรียบเทียบประเทศไทย และฟิลิปปินส์ ว่าการเมืองกำลังถอยหลังเข้าคลอง เพราะสื่อมีเสรีภาพมากเกินไป และล่าสุด ในบทความเรื่อง \"Tribulations of Two Emerging Democracies\" ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารฟอร์บส์ ลี กวน ยู เปรียบเทียบการเมืองไทย กับอิรัก ว่ากำลังผ่านช่วงเวลาที่รุนแรงและยากลำบาก ทั้งยังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกมาก เพื่อจะบรรลุถึงทางออกอย่างที่ฝันไว้ของทั้ง 2 ประเทศ บุรุษผู้ซึ่งเปรียบเสมือนบิดาของประเทศที่เดิมเป็นเกาะเล็กๆ ยากจน และโดดเดี่ยว ภายหลังการแยกตัวเป็นเอกราชจากมาเลเซีย เมื่อ 41 ปีก่อน สิงคโปร์ภายใต้การนำของ ลี กวน ยู ผู้ที่มีประวัติการศึกษาอันดีเยี่ยมและเริ่มต้นจากการเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ให้กับสหภาพแรงงานคอมมิวนิสต์ แต่หันกลับมาหาเทคโนโลยี และทุนนิยม ผู้ซึ่งทุ่มเทกับการศึกษา และพัฒนาคน จนทำให้สิงคโปร์ในวันนี้ กลายเป็นประเทศที่ร่ำรวย และมีความสามารถในการแข่งขัน เหนือกว่าทุกประเทศในยุโรป ทุกครั้งที่เขาพูด โลกก็จะหยุดฟังเสมอ หากวิเคราะห์ให้ดีแล้ว ลี กวน ยู เป็นเหมือนการผสมผสานคุณลักษณะ และบุคลิกพิเศษของอดีตนายกรัฐมนตรีไทย 3 ท่าน คนแรกคือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในแง่มุมของความเด็ดขาด และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ขณะเดียวกัน ก็มีลักษณะของความเป็นเผด็จการแบบคณาธิปไตยอยู่ในตัว คนที่ 2 คือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในแง่มุมของการเป็นนักปราชญ์ผู้รอบรู้ และมีวาทศิลป์อันเป็นเลิศ คนสุดท้าย คือ คุณอานันท์ ปันยารชุน ตรงที่มีลักษณะของการเป็นผู้นำที่มีบารมี , ซื่อสัตย์ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สำหรับคนสิงคโปร์แล้ว ลี กวน ยู นั้น เป็นยิ่งกว่ารัฐบุรุษ เหรียญอีกด้านหนึ่งของสิงคโปร์ การมองสิงคโปร์ ในแง่ความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจเพียงด้านเดียวนั้น อาจจะเป็นการมองที่แคบเกินไป ยังมีคำถามตามมาว่าความสำเร็จที่ปรากฏอยู่นั้น จะยั่งยืนแค่ไหน ประเทศที่มีประชากร 4.5 ล้านคน และขนาดใกล้เคียงกับเกาะภูเก็ตแห่งนี้ มีรายได้หลักมาจากการค้าระหว่างประเทศ , ท่าเรือน้ำลึก และการกลั่นน้ำมัน ลองจินตนาการว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากประเทศไทยมีการขุดคอคอดกระในวันข้างหน้า เศรษฐกิจสิงคโปร์จะล้มพับลงโดยไม่มีฐานใดรองรับ เพราะประเทศไร้ทรัพยากรธรรมชาติ แม้แต่การเพาะปลูกเพื่อเลี้ยงตัวเอง ก็ยังไม่สามารถจะทำได้ การที่พรรครัฐบาลคือ PAP บริหารประเทศต่อเนื่องยาวนานถึง 41 ปี โดยทายาทรุ่นที่ 2 ของตระกูลลี ในปัจจุบัน ก็ยังยืนยันแนวคิดที่ให้ รัฐบาลเข้าไปเป็นเจ้าของธุรกิจเสียเอง ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน , โทรคมนาคม , ขนส่ง , ธนาคาร , อู่ต่อเรือ , อิเล็กทรอนิกส์ , บริษัทน้ำมัน และการเดินเรือ เป็นต้น รวมกันแล้วคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของธุรกิจทั้งหมดในสิงคโปร์ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ ทำให้สิงคโปร์ขาดลัทธิของความเป็นผู้ประกอบการ มีกิจการธุรกิจมากมายของรัฐบาล ที่มีปัญหาด้านต้นทุนสูง , ความไม่มีประสิทธิภาพ และผลประกอบการไม่ดีเท่าที่ควร ในแง่สังคม การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ทำให้ผู้คนหวาดกลัวที่จะกระทำผิด การควบคุมเสรีภาพสื่อ ทำให้การแสดงความคิดเห็นที่ตรงข้ามกับรัฐบาลนั้น เป็นสิ่งที่อันตราย ขณะเดียวกัน แม้รายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนสิงคโปร์จะสูง แต่ก็ต้องแบกรับต้นทุนค่าครองชีพที่สูงตามไปด้วย เป็นเรื่องยากสำหรับชาวสิงคโปร์ ที่จะมีรถยนต์ และบ้านเป็นของตนเอง คนส่วนใหญ่ต้องอาศัยในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ เพราะพื้นที่มีจำกัด ผลการสำรวจล่าสุด ชี้ให้เห็นว่า คนสิงคโปร์ต้องการที่จะอพยพออกนอกประเทศเป็นการถาวรมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีความรู้สูง ความสำเร็จที่โดดเดี่ยวของ ลี กวน ยู ในชั่วอายุคนรุ่นเดียวเท่านั้น ที่คนสิงคโปร์ต้องร้องเพลงชาติมาแล้วถึง 3 ประเทศ คือ \"ก็อด เซฟ เดอะ ควีน\" ของอังกฤษ , \"คิมิกาโย\" ของญี่ปุ่น และ \"เนการา กู\" ของมาเลเซีย ก่อนที่จะมีเพลงชาติเป็นของตัวเอง สิงคโปร์ไม่เคยมีวัฒนธรรมเป็นของตน ไม่มีภาษา , วรรณกรรม , เพลงพื้นบ้าน หรือสถาปัตยกรรม ที่สร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาติได้เลย คนสิงคโปร์มักไม่มองย้อนกลับไปถึงอดีตที่เจ็บปวดในยุคที่เคยเป็นอาณานิคม และยากจนมาก่อน ทว่าจะภูมิใจกับความสำเร็จในปัจจุบัน และถวิลหาอนาคตที่รุ่งโรจน์ในวันข้างหน้า มนุษย์ชอบสร้างอัตลักษณ์ให้คนจดจำได้ ลี กวน ยู ก็สร้างตัวเองให้ดูสูงส่ง และยิ่งใหญ่ โดยใช้คณาธิปไตยเป็นเครื่องมือ ทิ้งรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยให้เป็นเพียงสัญลักษณ์ การที่เขาไม่ต้องเผชิญจุดจบอย่างมาร์กอส แห่งฟิลิปปินส์ และเชาเชสกู แห่งโรมาเนีย เพราะความซื่อสัตย์ และชาติที่เขาสร้างขึ้นมานั้นก็เติบโตอย่างยิ่งใหญ่ แต่บนความสำเร็จนั้น สิงคโปร์กลับถูกมอง อย่างหวาดระแวงจากเพื่อนบ้าน ลี กวน ยู ก็คงไม่ต่างกับ โฮเวิร์ด ฮิวจ์ ในหนังเรื่อง The Aviator ที่พบว่าเมื่อตัวเองบินขึ้นมาได้สูงเพียงไร ในความรู้สึกยิ่งกลับอ้างว้าง และโดดเดี่ยวเหลือเกิน |
|
| |
จาก มองสิงคโปร์ ผ่านความสำเร็จที่โดดเดี่ยวของลี กวน ยู [ 7/7/49 18:45:49 ] |
trangcity@hotmail.com
|
|
| |
สิงคโปร์ตั้งระบบรักษาความปลอดภัยสินค้าท่าเรือ
สิงคโปร์จัดทำโครงการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายกระจายสินค้า ตามท่าเรือสำคัญๆ หวังลดความเสี่ยง ตกเป็นเป้าโจมตี จากกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า สิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งท่าเรือหลายแห่ง ซึ่งพลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้จัดตั้งโครงการรักษาความปลอดภัยตามท่าเรือใหญ่ๆ ที่มีเครือข่ายกระจายสินค้า เพื่อลดความเสี่ยงของการตกเป็นเป้าโจมตีจากกลุ่มก่อการร้ายบริเวณท่าเรือสำคัญๆของประเทศ นาย เอส. ชัยกุมาร รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เปิดเผยว่า รัฐบาลจะชักชวนบรรดาบริษัทต่างๆ ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในสิงคโปร์ รวมทั้งบริษัทสัญชาติสิงคโปร์ ที่มีการดำเนินงานในต่างประเทศ ให้นำหลักการของโครงการรักษาความปลอดภัยนี้ไปใช้ ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นเวลาที่ รัฐบาลออกกฏหมายมาบังคับใช้ในเรื่องนี้ โครงการดังกล่าว ได้ชี้แจงถึงแนวทางด้านการรักษาความปลอดภัย และจุดมุ่งหมาย ซึ่งบริษัทต่างๆ ควรปฏิบัติตาม เพื่อพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงานของบริษัท ที่ผ่านมา สิงคโปร์ มีความวิตกกังวลอย่างมาก ว่าจะตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย ที่อาจใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนเรื่องนี้ รวมทั้ง มีความเป็นไปได้ว่าจะตกเป็นเหยื่อ\"เดอร์ตี้ บอมบ์\" ระเบิดที่ทำมาจากกากนิวเคลียร์หรืออาวุธร้ายแรงอื่นๆ ที่ผู้ก่อการร้ายอาจซุกซ่อนไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ของเรือ และลักลอบนำเข้าไปยังท่าเรือของสหรัฐ นายชัยกุมาร กล่าวต่อที่ประชุมเครือข่ายจัดส่งสินค้าในสิงคโปร์ว่า แนวทางของโครงการรักษาความปลอดภัยจะครอบคลุมถึงมาตรการคุมเข้มความปลอดภัย สำหรับทรัพย์สินที่เป็นวัตถุ ,กระบวนการต่างๆ บุคลากร และข้อมูล ปัจจุบัน สิงคโปร์มีบทบาทสำคัญในเครือข่ายจัดส่งสินค้า โดยเป็นทั้งศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าจากเรือสู่เรือ ทั้งยังเป็นฐานที่ตั้งของอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าและศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของบริษัทข้ามชาติต่างๆ นายชัยกุมาร ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประสานงานด้านความปลอดภัยแห่งชาติ ยังได้กล่าวเตือนว่า การจู่โจมที่ประสบความสำเร็จของผู้ก่อการร้าย อาจส่งผลให้การค้าโดยรวมของประเทศต่างๆเกิดความเสียหายได้ พร้อมทั้งอ้างถึงรายงานของสำนักงบประมาณสหรัฐ(ซีบีโอ) ที่ระบุว่า หากสหรัฐปิดท่าเรือหลายแห่งในลอสแองเจลิส และลองบีช จะสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจของสหรัฐ เป็นเงินมูลค่าระหว่าง 65 ล้านดอลลาร์ ถึง 150 ล้านดอลลาร์ ต่อวัน รองนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ลัทธิก่อการร้ายได้แพร่กระจายไปทั่วโลก การลงมือหลายครั้งในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นการโจมตีที่น่าสะพึงกลัวและมีความซับซ้อน |
|
| |
จาก สภาวิจัยพัฒนา แห่งนครตรัง [ 7/7/49 17:25:36 ] |
trangcity@hotmail.com
|
|
| |
ตัวอย่างเมืองศูนย์กลางการบิน (Aerotropolis) ทั่วโลก
------------------------------------------------
2.1 สนามบิน Schiphol กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีการจ้างงานในสนามบินวันละ 56,000 คน ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ประชากร 50,000 คนที่ใช้กำหนดสถานะการเป็นเมืองที่ใช้อยู่ในสหรัฐฯ ในพื้นที่ดังกล่าวมีทางมอเตอร์เวย์หลักสองสายที่เชื่อมสนามบินกับตัวเมืองอัมสเตอร์ดัม และพื้นที่อื่นๆ ของเมือง มีสถานีรถไฟสมัยใหม่ซึ่งอยู่ใต้อาคารผู้โดยสารเชื่อมโยงการเดินทางของสนามบินเข้ากับใจกลางของเมือง อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเชื่อมโยงกับส่วนต่างๆ ของประเทศเนเธอร์แลนด์และภูมิภาคโดยรอบภายในทวีปยุโรป ภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบิน Schiphol จะมีศูนย์การค้าสมัยใหม่ ประกอบด้วย ช็อปปิ้งอาเขต และแหล่งบันเทิงที่กว้างขวาง ซึ่งผู้โดยสารและประชาชนทั่วไปสามารถใช้บริการได้ก่อนที่จะผ่านเข้าไปยังด่านศุลกากร ผู้โดยสารเครื่องบินจะเดินผ่านทางเดินในอาคารที่มีร้านขายของแฟชั่น ภัตตาคาร มุมกาแฟแบบดัทช์แท้ๆ อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ตอาหารดีๆ ส่วนกลุ่มร้านค้าปลีกที่เรียกว่าร้าน See Fly Buy จะอยู่ในเขตพื้นที่ส่วนที่ต่อจากด่านศุลกากรเข้าไปในพื้นที่เขตนี้จะมีภัตตาคารทุกประเภท ธนาคาร ศูนย์ธุรกิจ ตลอดจนห้องอบซาวน่า นวดตัว หรือพักผ่อนเป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง จากการสร้างเป็นอาคารผู้โดยสารที่มีศูนย์การค้าเช่นนี้ ทำให้สนามบิน Schiphol มีรายได้เพิ่มจากการให้เช่าและจับจ่ายใช้สอยของผู้โดยสาร นอกจากนี้สนามบินสามารถดึงดูดประชาชนที่พักอาศัยในกรุงอัมสเตอร์ดัมให้มาช็อปปิ้งและ หาความบันเทิงในอาคารสนามบินเฉพาะส่วนพื้นที่สำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันอาทิตย์ เมื่อร้านค้าปลีกส่วนใหญ่ในเมืองไม่เปิดขาย
สำหรับพื้นที่ซึ่งอยู่ตรงข้ามอาคารผู้โดยสารของสนามบิน Schiphol คือ World Trade Center ที่มีศูนย์ประชุมและการพาณิชย์ ตลอดจนสำนักงานภูมิภาคของบริษัทต่างๆ เช่น Thomson, CFS และ Unilever อีกทั้งมีโรงแรมระดับ 5 ดาว สองโรงติดกับศูนย์นี้ สำหรับในพื้นที่ซึ่งห่างออกไปขนาดเดิน 10 นาที จะเป็นกลุ่มอาคารสำนักงานคุณภาพระดับสูง ซึ่งเป็นที่ตั้งของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบินและบริษัทต่างประเทศด้านบริการทางพาณิชย์และการเงิน มูลค่าทางพาณิชย์ของทรัพย์สินเหล่านี้จะเห็นได้จากค่าเช่าสำนักงาน ซึ่งสามารถเรียกเงินกินเปล่าได้สูงมาก การค้นคว้าวิจัยของบริษัท Jones Lang LaSalle ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์นานาชาติ แสดงให้เห็นถึงค่าเช่าสำนักงานในพื้นที่สนามบินเมื่อปี พ.ศ. 2543 ซึ่งโดยเฉลี่ยมีราคาตารางเมตรละ 363 ยูโรต่อปี เทียบกับในกลางเมืองอัมสเตอร์ดัม ซึ่งมีราคาตารางเมตรละ 250 ยูโรต่อปี และในเขตชานเมืองอัมสเตอร์ดัมที่มีราคาตารางเมตรละ 226 ยูโรต่อปี ทั้งนี้ ในช่วงปี พ.ศ. 2540 และ 2545 อัตราค่าเช่าพื้นที่สำคัญๆ ของสนามบิน Schiphol เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 65 นอกจากนี้ตลอดริมเส้นทางมอเตอร์เวย์ A4 และ A9 ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางพาณิชย์ของสนามบินประมาณ 500 และ 1,000 เมตร จะมีกลุ่มอาคารสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค กลุ่มธุรกิจ กลุ่มโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค กลุ่มศูนย์จัดจำหน่าย กลุ่มศูนย์ข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร และศูนย์เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งบริษัททั้งหมดนี้จะเกี่ยวข้องกับผู้ที่ต้องใช้สนามบินในการทำธุรกิจทั้งสิ้น
2 สนามบินออนแทริโอ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยที่ความเจริญเติบโตในเชิงพาณิชย์รอบสนามบินออนแทริโอ ซึ่งอยู่ตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียได้ทำให้พื้นที่โดยรอบกลายเป็นเมืองศูนย์กลางการบิน ซึ่งเป็นรากฐานของศูนย์โลจิสติกส์หลักโดยอยู่ทางตะวันออกของเมืองลอสแอนเจลิส 64 กิโลเมตร และเป็นตัวอย่างที่ดีของสนามบินที่มีเส้นทางหลวงเชื่อมอย่างสมบูรณ์ สนามบินนี้ต่อเชื่อมโดยทางด่วนระหว่างรัฐสาย I-10 และ I-15 ซึ่งอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตก และเหนือ-ใต้ ในปี พ.ศ. 2542 ได้มีการสร้างคลังสินค้าและพื้นที่การกระจายสินค้าเพิ่มมากกว่า 2.5 ล้านตารางเมตร ติดกับสนามบินและริมทางด่วนระหว่างรัฐทั้งสองสาย ต่อมาปี พ.ศ. 2544 และ 2545 ได้มีการสร้างพื้นที่เพิ่มอีก 2.5 ล้านตารางเมตร เพื่อการพาณิชย์แบบ E-Commerce และสถานที่อำนวยความสะดวกในการกระจายสินค้า
การขยายตัวของบริการการขนส่งด่วน ณ.สนามบินออนแทริโอและพื้นที่โดยรอบช่วยเพิ่มความสำคัญ ของสนามบินนี้ในฐานะที่เป็นศูนย์โลจิสติกส์ และ E-Commerce โดยในปี พ.ศ. 2544 บริษัท UPS ซึ่งมีศูนย์ด้านฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่สนามบินออนแทริโอได้จัดส่งพัสดุน้ำหนักมากกว่า 300,000 ตัน ในขณะที่บริษัท FedEx จัดส่งมากกว่า 40,000 ตัน บริการส่งด่วนนี้ยังมีน้ำหนักรวมอีก 40,000 ตัน ที่ส่งโดยบริษัท BAX Global, Emory Worldwide และ Airborne Express การพัฒนาสนามบินออนแทริโอให้เป็นเมืองศูนย์กลางการบิน โดยมีพื้นฐานอยู่ที่โลจิสติกส์ได้ก่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่บริเวณโดยรอบเป็นศูนย์การค้าใหญ่ในเมืองที่ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของสหรัฐอเมริกา 3 สนามบินวีราโคโปส ในประเทศบราซิล มีการสร้างเมืองศูนย์กลางการบินอยู่ รอบสนามบินนานาชาติวีราโคโปส (Viracopos) ในเมืองคัมปินัสซึ่งอยู่ห่าง 80 กิโลเมตร ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเซาเปาโล ในพื้นที่ประกอบด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค การกระจายสินค้าและโลจิสติกส์ สนามบินวีราโคโปสได้กลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศ และการจัดการ E-Commerce ในทวีปอเมริกาใต้อย่างรวดเร็ว โดยมีรูปแบบเป็นเมืองการบิน อันเป็นผลมาจากกลุ่มโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมไฮเทคตามทางหลวงสายหลักจากสนามบิน
4 สนามบินนานาชาติฮ่องกง ขณะนี้เมืองศูนย์กลางการบินในรูปแบบที่เด่นชัด กำลังเกิดอยู่โดยรอบสนามบินนานาชาติใหม่ๆ หลายแห่งในทวีปเอเซีย ตัวอย่างได้แก่ สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของฮ่องกง ซึ่งกำลังมีกลุ่มธุรกิจการค้าเกิดขึ้นใหม่เชื่อมต่อกับสนามบิน ขณะนี้กำลังมีการพัฒนาพื้นที่ 1 ล้านตารางเมตร เป็นย่านพาณิชย์ซึ่งอยู่ติดกับเขตสนามบิน บริเวณนี้มีชื่อว่าฮ่องกงสกายซิตี้ โดยจะประกอบด้วย อาคารสำนักงาน ร้านค้าปลีก ศูนย์ธุรกิจ โรงแรมขนาดใหญ่ ศูนย์บันเทิงและสันทนาการ นอกจากนี้ยังมีการสร้างศูนย์แสดงสินค้านานาชาติด้วยงบประมาณ 500ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท วอลท์ ดิสนี่ย์ ได้แถลงว่าบริษัทจะสร้างสวนสนุก ฮ่องกงดิสนี่ย์แลนด์ในพื้นที่ใกล้สนามบินเพื่อถือโอกาสจากการที่สนามบินแห่งนี้มีรถไฟเร็วและ ทางด่วนเชื่อมเกาลูนและฮ่องกง การตัดสินใจของบริษัทนี้ ไม่ต่างจากการที่บริษัทเลือกสร้างโตเกียว ดิสนี่ย์แลนด์ ที่อยู่ใกล้สนามบินนานาชาตินาริตะของญี่ปุ่น และยูโรดิสนี่ย์แลนด์ที่อยู่ใกล้สนามบินชาร์ลส์ เดอ โกล ที่ปารีส สนามบินนานาชาติฮ่องกงยังสามารถเชื่อมต่อประเทศจีนตอนใต้โดยทางเรือเฟอรี่ข้ามฟากความเร็วสูง สำหรับผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าทางน้ำเชื่อมต่อศูนย์การผลิตอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ทาง ฝั่งทะเลของจีนแผ่นดินใหญ่ 14 แห่ง เข้ากับสนามบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการเชื่อมการขนส่งทางทะเลกับการขนส่งทางอากาศผ่านอาคารผู้โดยสารสนามบิน ตลอดจนศูนย์ธุรกิจและนิคมโลจิสติกส์ของสนามบินและบริเวณใกล้เคียง
5 สนามบินนานาชาติอินชอน เกาหลีใต้ขณะนี้รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังก่อสร้างเมืองศูนย์กลางการบิน ตามแผนพัฒนาหลัก อยู่ใกล้สนามบินอินชอน เกาหลีใต้ โดยมีชื่อว่า Winged City ซึ่งจะเปิดให้บริการพาณิชย์ตลอด 24 ชั่วโมงบนเกาะย็องจ็อง ประมาณ 50 กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโซล สนามบินนานาชาติอินชอนจะช่วยให้เกิดการขยายเมืองสนามบิน ซึ่งประกอบด้วย ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคที่อยู่อาศัย และภาคการท่องเที่ยว จุดเด่นจะได้แก่ มีเดีย แวลลี่ย์ ซึ่งจะเป็นเสมือน ซิลิคอน แวลลี่ย์ ของเกาหลี (ที่เลียนแบบซิลิคอน แวลลี่ย์ ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นศูนย์กิจกรรม/การผลิตอุตสาหกรรรมไฮเทค) มีเดีย แวลลี่ย์กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างโดยการออกแบบให้เป็นศูนย์อุตสาหกรรมไฮเทคของโลก ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3.6 ล้านตารางเมตร ติดกับสนามบิน ซึ่งจะรวมถึง Techno-park และศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัย จากสถิติในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามี 625 บริษัทส่งจดหมายแจ้งความจำนงว่า จะขอย้ายเข้ามาอยู่ที่มีเดีย แวลลี่ย์ ซึ่งในจำนวนนี้มี 49 บริษัท มาจากประเทศแคนาดา อิสราเอล ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ คาดว่าภายในปี พ.ศ. 2548 จะมีบริษัทจำนวน 2,000 ! บริษัท ตั้งอยู่ในมีเดีย แวลลี่ย์ซึ่งมีลักษณะเหมือนเมืองมหาวิทยาลัย เมืองใหม่ดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างให้เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ทำงานที่มีเดียแวลลี่ย์ด้วย เมืองศูนย์กลางการบินแห่งนี้จะมีทางด่วนและรถไฟเชื่อมต่อไปยังตัวเมืองโซล และผู้ทำงานที่มีเดีย แวลลี่ย์ ตลอดจนผู้พักอาศัยอยู่ที่เมืองใหม่จะสามารถเดินทางเข้าไปที่สนามบินอินชอนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ในปี พ.ศ. 2548 สนามบินนานาชาติอินชอนจะสมบูรณ์ขึ้นโดยมีท่าเรือน้ำลึกและ Teleport ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง โดยมีแผนจะรวมเป็น Triport สำหรับการคมนาคมขนส่งและการกระจายสินค้า
6 สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียโดยมีการสร้างเมืองศูนย์กลางการบินรอบๆ สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ สนามบินใหม่ขนาดใหญ่นี้ออกแบบมาเพื่อเป็นรากฐานทางการบินสำหรับ Multimedia Super Corridor (MSC) ซึ่งเป็นโซนอุตสาหกรรมไฮเทค การพาณิชย์ การศึกษา และที่อยู่อาศัย MSCได้รับการประชาสัมพันธ์ในระดับนานาชาติว่าเป็นศูนย์เทคโนโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารของเอเซียในอนาคต MSC จะประกอบด้วย เมืองใหญ่ 2 เมือง คือ Putrajaya เป็นเมืองราชการของรัฐบาลโดยย้ายส่วนราชการมาจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ และ Cyberjaya หรือ Cyber-city ทั้งนี้ แต่ละเมืองจะมีผู้อยู่อาศัยอยู่ประมาณสองแสนห้าหมื่นคน พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยเพื่อฝึกอบรมผู้ทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
7สนามบินนานาชาติสิงคโปร์ สนามบิน Changiของสิงคโปร์ถือได้ว่าเป็นเมืองสนามบินที่มีสมรรถนะ มากที่สุดและมีศิลปะมากที่สุด ที่กำลังเปลี่ยนไปเป็นเมืองศูนย์กลางการบินเต็มรูปแบบ โดยตรงกลางด้านหน้าอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศจะมีอาเขตซึ่งจะเปิดตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และประกอบไปด้วยร้านค้าปลีกที่ออกแบบจัดแต่งตามลักษณะสินค้าต่างๆ พร้อมทั้งมีภัตตาคาร ศูนย์กลางการบันเทิงและศูนย์ธุรกิจไว้บริการแก่ผู้โดยสารสนามบินและประชาชน สิงคโปร์เป็นการทั่วไป
|
|
| |
จาก สภาวิจัยพัฒนา แห่งนครตรัง [ 7/7/49 16:17:23 ] |
trangcity@hotmail.com
|
|
| |
ต้องขุดครับ ต้องทำให้ได้ ปัญหาที่ตามมาก็ต้องแก้กันไป ไม่เกินกำลังคนไทยหรอก คนไทยคนไหนกลัวก็ให้กลัวกันไป แต่คนไทยคนกล้าีมากกว่าเยอะหลายเท่า เราไม่หักล้างกัน อยากให้มีสัญญาณอะไรซักอย่าง ให้เป็นจุดเริ่มจริงจังตัองมีคนไทยค่อนประเทศหนุนแน่นอนครับ้ |
|
| |
จาก ceewe [ 6/7/49 18:42:27 ] |
ceewe@yahoo.com
|
|
| |
อยากทราบความคืบหน้าของคลองไทยว่ามีการวางแผน จัดทำผังแม่บทกันบ้างแล้วยัง เดียวนี้ทำกันได้ไม่ยากนักใช้คอมฯช่วยในการทำงาน ในเมื่อโครงการผ่านวุฒิสภามาแล้ว การจัดโซนต่าง ๆ ในการใช้พื้นบริเวณแนวคลองปากคลอง ก็ควรจะมีมาแสดงบ้าง เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม (ตั้งตุ๊กตาขึ้นมาก่อน) ให้มันล่อตาล่อใจนักลงทุนบ้างแต่ที่เห็นมีแต่แนวคลอง +การศึกษาระบบเท่านั้น ส่วนจังหวัดไกล้เคียงที่จะได้รับอานิสงของคลอง จะทำอะไรรองรับคลองบ้าง รัฐบาลจะต้องประกาศเป็นเขตฯพิเศษหรือเปล่า |
|
| |
จาก นก [ 5/7/49 11:17:23 ] |
vivam@yahoo.com
|
|
| |
อยากให้ขุดเร็วๆจังเลย ผมไม่อยากให้เลยช่วงอายุของผมเลยซึ่งตอนนี้ผมอายุ22ปี ซึ่งผมจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้อย่างเต็มที่ |
|
| |
จาก คนไทย [ 29/6/49 23:16:22 ] |
Pritoon.com@thaimail.com
|
|
| |
ตอนนี้ ผมมีข่าวใน ที่มีผลต่อความเจริญก้าวหน้าของไทย คือสิงคโปร์ ส่งคนจำนวนมากเข้ามาแทรกซึมเป็นคนไทยหลายปีแล้ว เพื่อเข้าไปในหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะที่ สำนักงานราชนาวิกสภา และที่ต่างๆ คอยขัดขวางไม่ให้โครงการคอคอดกระนี้เดินหน้าทุกที |
|
| |
จาก สภาเมืองตรัง [ 29/6/49 15:30:15 ] |
trang@hotmail.com
|
|
| |
ความเป็นมาของคลองคอดกระ (คลองไทย)
เรียบเรียงโดย คุณ นิภาพร ประเสริฐศรี
สำนักประสานงานการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล
แนวความคิดเกี่ยวกับการขุดคอคอดกระ หรือคลองเชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน
มหาสมุทรอินเดียนั้น ปรากฏตามหลักฐาน ดังนี้ :-
1. สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมัยที่กรุงสยาม (ประเทศไทยในปัจจุ บัน) ได้เปิดประเทศติดต่อกับชาติยุโรป
2. สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนต้น สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาถ ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ดำริการขุดคลองเชื่อมอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
3. สมัยรัชกาลที่ 1 ประมาณปี พ.ศ. 2336 สมเด็จพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาถ ดำริเรื่องการขุดคลองเชื่อม 2 ฝั่งทะเล (มีพระราชนิพนธ์เป็นหลักฐาน)
4. สมัยรัชกาลที่ 4 ประมาณปี พ.ศ. 2401 อังกฤษได้เสนอขอพระบรมราชานุญาต ทำการขุดคอคกระแนวระนอง-หลังสวนเป็นส่วนที่แคบที่สุด พระองค์ทรงยินยอมแต่ขาดเงินทุน ทำให้หยุดชะงัก ต่อ มา พ.ศ.2406 อังกฤษสำรวจบริเวณคอคอดกระส่วนที่แคบที่สุดได้ แต่ติดสันเขาขุดลำบากเครื่องมือไม่มีจึงยกเลิก ในปี พ.ศ. 2409-2411คลองกระโด่งดังไปทั่วโลก ฝรั่งเศสขอเจรจาเพื่อดำเนินการขุด หลัง จากที่ฝรั่งเศสได้ขุดคลองสุเอซสำเร็จ แต่รัชกาลที่ 4 ไม่อนุญาต เนื่องจากเกรงจะเสียพระราช อาณาจักร
5. สมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณปี พ.ศ. 2415 นาวาเอก เอ. จีลอปตัน ร.น. ตัวแทนรัฐบาลอังกฤษเข้ามาสำรวจเส้นทางการขุดคลองกระอีกครั้งหนึ่ง ในแนวระนอง-ชุมพร จากการสำรวจ เป็นเรื่องที่เป็น ไปได้ แต่พระองค์ไม่อนุญาตด้วยเหตุผลทางการเมืองระหว่างประเทศ
6. สมัยรัชกาลที่ 6 ประมาณปี พ.ศ. 2460 ทรงสนพระทัยในเรื่องคลองกระ เพราะทรงเห็นว่า อำนวยประโยชน์และความเจริญมาสู่ประเทศอย่างมหาศาล แต่เนื่องจากปัญหาทางการเมืองเช่นเดียวกัน ทำให้ตัดสินพระทัยไม่ทรงอนุญาตให้มีการขุดคลองกระ
7. นายปรีดี พนมยงค์ พ.ศ. 2478 ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รื้อฟื้นโครงการคลองกระมาพิจารณา กรณีเมื่อขุดคลองแล้ว ประเทศไทยจะมีอำนาจอธิปไตยเหนือคลอง ไม่ควรพึ่งพาต่างชาติ ประเทศไทยต้องมีเงินทุนเพียงพอ แต่ประเทศไทยมีเงินทุนไม่เพียงพอ โครง การคลองกระจึงต้องระงับอีกครั้ง
8. พ.ศ. 2489 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยต้องลงนามในความตกลงสมบูรณ์แบบ เพื่อเลิกสถานะสงครามกับอังกฤษโดยในข้อ7 ระบุห้ามไทยขุดคลองเชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับอ่าวไทย หากมิได้รับความยินยอมจากรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความสำคัญของคลองกระต่อสภา วะทางการค้าของแหลมมลายู อย่างไรก็ตามพ.ศ.2497 ได้มีการยกเลิกความตกลงสมบูรณ์แบบ ดัง กล่าว
9. พ.ศ. 2503 นายเชาว์ เชาว์ขวัญยืน กับคณะในนามของบริษัท แหลมทองพัฒนา เสนอ รัฐบาลไทยขอรื้อฟื้นโครงการคลองกระขึ้นใหม่ โดยขออนุญาตทำการศึกษากิจการคลองกระและท่าเรือ คณะ รัฐมนตรีได้แสดงความเห็นชอบในหลักการตามข้อเสนอถึง 2 ครั้ง แต่วันที่ 31 มีนาคม 2507 สภาความมั่นคงแห่งชาติได้สั่งระงับการดำเนินการตามข้อตกลง เนื่องจากเหตุผลทางด้านความมั่นคง และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการแยกดินแดนทางภาคใต้
10. พ.ศ. 2513 ด้วยความเห็นชอบจากระทรวงมหาดไทย นายเชาว์ ได้จ้างบริษัท แทมส์ (TAMS) ศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจของการขุดคลองกระ ผลการศึกษา ปรากฏว่าแนวคลองที่เหมาะสมอยู่ทางใต้ คือเส้นทางระหว่างสตูล-สงขลา
11. พ.ศ. 2516 มีการเสนอโครงการคลองกระต่อรัฐบาล แต่มีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลใหม่
12. พ.ศ. 2525 กลุ่ม ส.ส. พรรคชาติไทย โดยนางยุพา อุดมศักด์ ส.ส. พิจิตร เสนอให้มีการขุดคลองกระที่จังหวัดระนอง โดยเสนอรัฐบาล มีนายชุมพล ศิลปอาชา เป็นประธานคณะ กรรมการทบทวนศึกษาโครงการขุดคลองกระ แต่ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง การพิจารณาจึงต้องชะงักไป
13. พล.ท. หาญ ลีลานนท์ แม่ทัพภาคที่ 4 เสนอให้มีการทบทวนโครงการขุดคลองกระ เพื่อสร้างความเจริญแก่พื้นที่ภาคใต้ และสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นศึกษาโครง การขุดคลองกระ แต่ได้มีการยุบสภา
14. พ.ศ. 2526 สำนักงาน เอ็คเซ็คคิวทีฟ อินแทลลิเจนส์ รีวิว (EIR) และฟิวซัน เอ็นเนอร์ยี ฟาวเดชั่น (FEF) จัดสัมมนาเรื่องคอคอดกระ และความเป็นไปได้ ในประเทศไทย โดยได้รับ ความสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐมนตรี
15. พ.ศ. 2527 สำนักงาน FEF ประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย โดยการสนับสนุนของสถานฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ติดต่อกับกระทรวงคมนาคม เพื่อจัดสัมมนา นักธุรกิจ นักวิชาการ องค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับการขุดคอคอดกระ และทำรายงานเสนอต่อนักลงทุนชาวอเมริกัน นายสมัคร สุนทรเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ การศึกษาโครงการขุดคอคอดกระดำเนินไปด้วยดี ได้เกิดปัญหาในพรรคร่วมรัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา
16. พ.ศ. 2529 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ โครงการขุดคอคอดกระจึงดำเนินการต่อไปค่อนข้างราบรื่น โดยมีประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ขอเป็นผู้ลงทุนขุดคอคอดกระ แต่ ดร. บุญรอด บิณฑสันต์ หัวหน้ากลุ่มนักวิชาการ ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมให้ต่างชาติประเทศใดเป็นผู้ลงทุนในโครงการนี้ โดย ดร. บุญรอด บิณฑสันต์ และนักวิชาการกลุ่มนี้ ได้ทำรายงานแนวความคิดในทฤษฎีใหม่ เกี่ยวกับคอคอดกระเสนอต่อรัฐบาล โดยให้ขุดคอคอดกระเป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือในระดับคาบสมุทร โดยเฉพาะในด้านเงินทุนและเทคโนโลยี แต่ต้องดำเนินการโดยคนไทย และประเทศเป็นหลักสำคัญ และได้เปลี่ยนชื่อจากโครงการ คอคอดกระเป็น โครงการพัฒนาคาบสมุทรแหลมทอง แต่รัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ไม่มีการตอบกลับ สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่สานต่อการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดที่แล้ว โดยมีนายวัฒนา อัศวเหม ส.ส. สมุทรปราการ เป็นประธาน
17. พ.ศ. 2530 คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาคืบหน้ามาก โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล รวมทั้งนายทหารระดับสูง 3 เหล่าทัพ ศึกษาดูงานคลองสุเอซ และคลองปานามา รวมทั้งศึกษาเทคโนโลยีการสร้างเขื่อน และระบบการควบคุมน้ำในเขื่อนเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ด้วย โครงการขุดคอคอดกระในยุค พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวหน้าด้วยดี แต่เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ลดค่าเงินบาท ทำให้เกิดปัญหาเงินลงทุนเป็นอุปสรรคสำคัญ เงินลงทุนจากต่างประเทศ ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ โยงใยเป็นขบวนการลูกโซ่ ทำให้โครงการขุดคอคอดกระหยุดชะงักไป
18. พ.ศ. 2531 พลเอก ชาติชาย ชุณหวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สนับสนุนโครงการขุดคอคอดกระอย่างชัดเจน โดยเน้นนโยบายให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในลักษณะของสัมปทาน เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ตอบแทนจากรัฐบาล จึงมีบริษัทจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และเยอรมันนี ขอเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลเป็นประเทศแรก โดยบริษัทเอกชนญี่ปุ่นชื่อ DIALCHISOGYO ได้ทำหนังสือลงนามโดยนายทากา คิโยชิ ประธานกรรมการเสนอต่อ พลเอก ชาติชาย ชุณหวัณ
19. พ.ศ. 2533 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 เสนอว่ากลุ่มผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนโครงการขุดคอคอดกระ แต่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณ กลับเน้นไปที่การเปิดประตูอินโดจีนมากกว่า จึงได้ความสำคัญกับโครงการ อิสเทิร์น ซีบอร์ด หรือ โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกเป็นอันดับหนึ่ง และทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดในการสนับสนุนโครงการนี้ ส่วนโครงการขุดคอคอดกระได้รับความสำคัญเป็นอันดับรอง จึงไม่รีบเร่งในการพิจารณา จนในที่สุดถูกยึดอำนาจโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)
20. พ.ศ. 2535 พล.อ. สุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้ความสนใจโครงการขุดคอ คอดกระ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ จนกระทั่ง พล. อ. สุจินดา คราประยูร ลาออก
21. พ.ศ.2535 มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 มูลนิธิเพื่อการศึกษาคอคอดกระจัดตั้งโดยความร่วมมือขององค์กรเอกชนหลายแห่ง ประกาศตั้งขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นผู้ศึกษารวม รวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงการคอคอดกระทั้งระบบ แต่เนื่องจากท่าที่ของรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์บางคนแสดงความเห็นทำนองคัดค้าน ด้วยเหตุผลอาจทำให้เกิดความสับสนสำหรับนักลงทุนชาวต่างประเทศระหว่างโครงการเซาท์เทิร์นซีบอร์ด กับ โครงการขุดคอคอดกระ มูลนิธิฯ จึงระงับการยื่นขอเสนอดังกล่าวต่อนายชวน หลีกภัย นายก รัฐมนตรี อย่างกะ ทัน หัน สำหรับนักลงทุนชาวญี่ปุ่นยังให้ความสนใจโครงการขุดคลองกระคือ บริษัทอิชิณาวาจินา ฮาร์ต อินดัสทรี (IHI) ได้ประกาศชัดเจนว่าสนใจที่จะเข้ามาลงทุนโครงการขุดคลองกระในประเทศไทยและอยู่ระหว่างการแสวงหาพันธมิตรร่วมลงทุน โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นบริษัทเอกชนญี่ปุ่นด้วยกัน หรือเป็นบริษัทลงทุนข้ามชาติประเทศอื่นๆ รัฐบาลไทย ผู้บริหารของบริษัทฯ ยังแสดงท่าที่จะสนใจในเบื้องต้นจะลง ทุน ในลักษณะครบวงจร หรือในแบบครบวงจร คือ การลงทุนทางด้านการก่อสร้างและการบริหาร แต่หลังจากนั้นไม่ปรากฏความคืบหน้าจากบริษัทญี่ปุ่นแห่งนี้ หรือนักลงทุนต่างชาติรายอื่นๆ อีก
นอกจากนี้ มีฝ่ายคัดค้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมือง โดยตั้งเหตุผลด้านความมั่นคง อ้างว่าหากขุดคอคอดกระก็เท่ากับเป็นการแบ่งแยกประเทศไทยเป็น 2 ส่วน และอาจนำมาซึ่งการเสียเอกราชของดินแดนจังหวัดภาคใต้ที่ถูกแบ่งแยกในที่สุด อีกทั้งยังโจมตีฝ่ายสนับสนุนว่าอาจรับเงินจากประเทศมุสลิม เจ้าแห่งสิทธิก่อการร้ายมาดำเนินการ นักการเมืองบางคนยกเอาบทบัญญัติรัฐธรรม นูญมาอ้างในข้อที่ว่าประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียว ผู้ใดจะมาแบ่งแยกมิได้จนกลายเป็นเรื่องตลกขบขันอ้างแบบผิดๆ เหมือนกับไม่มีความรู้ เพราะความจริง ประเทศไทย หมายถึง องค์รวมของประเทศทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะผืนแผ่นดินหรือดินแดนเท่านั้น แต่รวมถึงอำนาจปกครองของรัฐที่มีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุขด้วย ดังนั้น กรณีที่จะขุดคอคอดกระหรือไม่ จึงไม่มีส่วนเกี่ยว ข้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใดๆ
22. พ.ศ. 2537 รัฐบาลซึ่งมี นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้ความสนใจกับโครงการขุดคอคอดกระ เนื่องจากให้ความสนับสนุน สนใจกับโครงการสร้างท่าอากาศยานสากลแห่งที่ 2 (สนามบินหนองงูเห่า) ที่จังหวัดสมุทรปราการ จนกระทั่งรัฐบาลมีปัญหาเรื่องต่างๆ จึงประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร
23. พ.ศ. 2539 รัฐบาลซึ่งนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคความหวังใหม่ ได้รับ เลือกตั้งเสียงข้างมาก ไม่ได้ให้ความสนใจโครงการขุดคอคอดกระ
24. พ.ศ. 2540 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ให้ความสนใจต่อโครงการขุดคอคอดกระ เนื่องจากให้ความสนใจการสร้างท่าอากาศยานสากลแห่งใหม่ต่อเนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ยังมีการมอบหมายให้นายเด่น โต๊ะมีนา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศร.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ จนกระทั่งปลายปี พ.ศ. 2540 รัฐบาลสมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ โดยมีนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ประกาศตกอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจหายนะ จนกระทั่งพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี โครงการขุดคอคอดกระจึงต้องระงับไปอีกครั้ง
25. พ.ศ. 2540 (ปลายปี) นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี อีกครั้งไม่ปรากฏว่ามีการพิจารณา หรือ การศึกษาโครงการขุดคอคอดกระ เนื่องจากอยู่ในภาวะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดวิกฤตอย่างรุน แรง
26. พ.ศ. 2544 วุฒิสภา โดยนายคำนวณ ชโลปถัมภ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสิงห์บุรีได้ รื้อฟื้นโครงการ ขุด คอคอดกระขึ้นมาพิจารณาใหม่ โดยได้รับอนุมัติจากวุฒิสภาให้จัดตั้งคณะ กรรมาธิการวิสา มัญเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระเมื่อวันที่ 17พฤษภาคม 2544 คณะรัฐบาล ซึ่งมี นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการแห่งชาติ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ และสังคมภายใต้นโยบาย และการกำกับดูแล ของพลเอกชวลิตยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลา โหมด้วย
27. พ.ศ. 2548 วุฒิสภาเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ขุดคลองไทยเมื่อ วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน 2548 เวลา 16:09 นาฬิกา
|
|
| |
จาก สนับสนุนข้อมูลโดย สภาเมืองตรัง [ 29/6/49 15:15:08 ] |
trangcity@hotmail.com
|
|
| |
รู้สึกว่าขาดการประชาสัมพันธ์เรื่องคลองให้ประชาชนทราบไปหน่อย หรือหน่วยงานของรัฐบางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งของรัฐและเอกชน การขุดคลองเป็นงานที่ไม่ยุ่งยากเท่าทำสนามบินเลย แต่ปัญหาอยู่ที่สิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่เปลี่ยนไปแน่นอน เช่นปัญหาชาวบ้านจากที่อยู่ในชนบทต้องมาอยู่ในเมือง อุตสาหกรรม อาชีพการทำมาหากินจะต้องเปลี่ยนไป ส่วนปัญหาขยะที่มีทั้งในคลอง ทะล(รวมถึงน้ำมัน น้ำเสียต่าง ๆ) ตรงนี้ถ้าวางแผนไม่ดีมันก็จะเหมือนกับท่าเรืออื่น ๆ บ้างท่าที่เกิดปัญหามลภาวะทางน้ำ และจะถูกต่อต้านจากพวกอนุรักษ์ |
|
| |
จาก การ [ 28/6/49 12:55:07 ] |
vican@yahoo.com
|
|
| |
สนับสนุนให้เกิดคลองไทย แต่ทำอย่างไรถึงจะใช้งบประมาณให้มันน้อยกว่าที่เป็นอยู่ได้ ข่างทางวิศวกรรมว่าให้ทำเป็นระบบรางมีน้ำเป็นตัวยกเรือให้เข้าไปในราง และวิ่งไปตามรางที่มีน้ำดันเรือให้วิ่งไป สามารถทำความเร็วได้ดีกว่าระบบคลองขุดโดยตรง และการลงทุนสามารถประหยัดงบประมาณได้มากกว่า ทำได้รวดเร็วกว่า ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งเดียวนีเทคโนโยยีมันก้าวหน้าไปมาก จนตามไม่ทัน คลองไทยควรจะเกิดช่วงนี้เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งการคลองราช ก็หน้าจะดีนะ แต่ควรจะทำประชาพิจารณ์ให้มาก ๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ |
|
| |
จาก นิด [ 28/6/49 11:20:58 ] |
mon_gkol_k@yahoo.com
|
|
| |
สนับสนุนครับ อยากขอคัดลอกบทความไปใส่ในเว็บผมบ้างได้หรือไม่ครับ แล้วจะทำลิงค์มาให้ หรือคุณมี RSS Feeds ยิ่งดีครับ |
|
| |
จาก amarin [ 23/6/49 17:14:15 ] |
admin@thaipetroweb.com
|
|
| |
เห้นด้วยอย่างมากเลยครับ รีบสร้างเร็วๆ ใครที่ออกมาคัดค้านแสดงว่า ต้องเสียผลประโยชน์ หรือ มีผลประโยชน์กับต่างชาติ |
|
| |
จาก ขนุน [ 22/6/49 08:35:37 ] |
cumruan@chaiyo,.com
|
|
| |
อยากทราบข้อมูลว่าตอนนี้มีการขุดคลองหรือยังคะ ต้องการนำไปใช้ในการสัมมนาค่ะ ใครที่พอจะทราบข้อมูลช่วยตอบหน่อยยะคะจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ |
|
| |
จาก เด็ก KU [ 21/6/49 20:42:20 ] |
oyasumi_nazai@hotmail.com
|
|
| |
ผมชาวจ.ตรัง แท้ๆ ขอสนับสนุนโครงการคอคอดกระ เพื่อเศรษฐกิจไทยและจ.ตรัง ภาคใต้ จะได้เจริญยิ่งขึ้นๆ และคนใต้เราไม่เคยมีความคิดแบ่งแยกดินอดนเลย ทำไมถึงมีคนกล่าวหากันมากอยากให้แบ่งแยกดินแดนหรือถ้าขุด ไม่จริงเลย ลองดูฝั่งกรุงเทพกับฝั่งธนสิ การไปมาก็สดวกไม่เห็นจะแบ่งแยกเลย www.trangzone.com |
|
| |
จาก คนตรัง [ 20/6/49 09:39:56 ] |
Trangcity@hotmail.com
|
|
| |
ไม่รู้สินะ เรื่องรัฐบ้าบออะไร ผมว่า มันแค่ความฝัน ถ้าขุดจริงแล้วมันแบ่งจริง กำลังทหารเรามีไว้ทำหอกอะไร ก็ลงไปถล่มมันซิ
ขุดแล้วเศรษฐกิจดี กำลังทหารก็มี ไม่เห็นต้องกลัวแบ่ง เลิกใช้ความเชื่อโบราณๆว่า\"เมืองไทยไม่เคยแบ่งแยก\"เสียทีเถอะ ก่อนที่ประเทศไทยจะจนไปมากกว่านี้ แค่เฉือนมันออกไป มันไม่ถึงกับแบ่งได้หรอก กองทัพเราก็ไม่ใช้ขี้มด กำลังทหารก็มี ก็เอาลงไปเฝ้าวะก็หมดเรื่อง |
|
| |
จาก 77777788888 [ 16/6/49 22:37:18 ] |
alpha35818@hotmail.com
|
|
| |
ดิฉันจบโรงเรียนแค่ ป.๔ มีความเห็นว่ายกเลิกโครงการนี้เสียที่จะได้ไหมคะ เพราะคิดว่าผลที่จะได้รับคือรัฐบาลผู้บริหารบ้านเมืองชุดที่จะขุดคลอง ส่วนประเทศจะได้รับคือ ความแตกแยกมาขึ้น ไหนจะรัฐปัดตานี แล้วนี่จะเป็นรัฐอะไรอีก ตั้งแต่ประจวบลงไป หรือจะยกเป็นการปกครองตนเอง เหมือนที่มีคนคิดจะยกเมืองสุวรรณภูมิเพื่อปกครองตนเอง แล้วจะมีอะไรไปค้านแย้งการดำเนินการแยกรัฐปัดตานีอีกต่อไป |
|
| |
จาก ดำเนิน [ 16/6/49 19:12:14 ] |
da@co.th
|
|
| |
ช่วยกันสนับสนุนให้เกิดการขุด เพื่ออนาคตอันรุ่งเรืองของเมืองไทย |
|
| |
จาก คนเมืองราช [ 16/6/49 16:21:15 ] |
ราช@yahoo.com
|
|
| |
ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
ผมคิดว่าคลองจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจบริเวณนั้น เมื่อประชาชนกินดีอยู่ดี ปัญหาการแบ่งแยกดินแดนจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ใช่ว่ามันจะเป็นคลองปล่าวๆ แต่จะมีเรือผ่านไปมาตลอด ผู้คนก็จะข้ามคลองกันไปมา ซื่งก็ต้องมีสะพานในการข้ามอยู่แล้ว มูลค่าทางเศรษฐกิจย่อมจะให้ผลดีมากกว่าผลเสียอื่นอยู่แล้ว
ผลเสียคงมีแต่ว่า จะมีผู้ไม่หวังดีที่เสียผลประโยชน์คอยก่อกวนไม่ให้โครงการเกิด ซึ่งถ้ามองในมุมกลับ ในความเห็นของผม ผู้ที่เสียผลประโยชน์คงเป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ทางการเดินเรืออยู่ในเวลานี้ ถ้าเขาก่อกวนแสดงว่า โครงการย่อมมีประโยชน์กับประเทศไทยมหาศาล เขาจึงยอมลงทุนทุกวิถีทางที่จะไม่ให้โครงการเกิดขึ้น
เรายิ่งต้องใช้ความพยายามสร้างให้โครงการนี้เกิด และดำเนินการให้ได้อย่างยิ่ง |
|
| |
จาก มูชิน [ 16/6/49 15:42:11 ] |
muchin_blue@hotmail.com
|
|
| |
ติดปัญหาคือกลัวการแบ่งแยกทางภาคใต้
ผมว่าอย่าไปกลัวเลย ทุกวันนี้มันเกินเลยจุดนั้นไปแล้ว จุดที่จะขุดก็ไม่ใช่ว่าจะแบ่งแยกมุสลิมกับไทยพุทธอย่างชัดเจน เพราะเมืองหาดใหญ่ก็ยังกั้นอยู่ เพราะงั้น น่าจะขุดไปเลยครับ ฝ่ากระแสวิกฤษเศรษฐกิจ จะช่วยดึงดูดอุตสาหกรรมหนักและอุตสาหกรรมไฮเทค เข้ามาในประเทศได้อีกมากมายอันเนื่องมาจากความเป็นศูนย์กลาง ทางด้านการขนส่งทางทะเล
อันนี้ยังไม่รวมถึงอุตสาหกรรมทางด้านปิโตเลียม ที่มีมูลค่ามหาศาล |
|
| |
จาก ป๋มเอง [ 15/6/49 19:01:39 ] |
sjfls@hotmail.com
|
|
| |
สร้างไปเลยครับในเมื่อมันมีผลดีมากกว่าผลเสียที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับ |
|
| |
จาก T [ 3/6/49] |
|
|
| |
ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เราควรจะทำมานานแล้ว อย่ามามัวแต่เตะสกัดขัดขากันเองเลยครับ |
|
| |
จาก Arch [ 3/6/49 22:33:47 ] |
arch3000@hotmail.com
|
|
| |
ผมเป็นชาวจังหวัดตรัง ขอสนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในการขุดคอคอดกระ เพื่อตอกจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์และอนาคตของไทยเรา
|
|
| |
จาก สิทธิพล จันทร์ผ่อง [ 31/5/49 11:55:00 ] |
trangcity@hotmail.com
|
|
| |
และอีกอย่างหนึ่งคือถ้าขุดคลองนี้ขึ้นจริงแล้วอยากให้มีการจัดผังเมืองอย่างเป็นระบบและสวยงามไม่อยากให้สกปรกและแออัดเหมือนกรุงเทพ |
|
| |
จาก ธีระวัฒน์ [ 24/4/49 00:31:10 ] |
sega_pond@hotmail.com
|
|
| |
อยากรู้ว่าโครงการได้มีการเริ่มขุดหรือยัง แต่ผมว่าคงยังไม่มีการเริ่มขุด ถ้าขุดจริงผมอยากให้เสร็จเร็วๆอย่างที่บอกคือประมาณ 8 ปี ผมไม่อยากให้เมื่อผมตายไปแล้วยังไม่ได้เห็นคลองนี้สักที แต่ผมว่าถ้าอยากให้มีการขุดขึ้นจริงๆต้องมีการสร้างกระแสเช่นออกสื่อในรายการที่มีผู้ชมจำนวนมากเช่นถึงลูกถึงคนและปลุกกระแสให้ประชาชนตื่นตัวเหมือนม็อบไล่ทักสินแล้วผมคิดว่าโอกาสขุดจะได้เป็นจริงเสียที และบุคคลท่านหนึ่งที่ผมอยากให้แสดงความคิดเห็นต่อโครงการนี้มากที่สุดคือ ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ เพราะเห็นท่านเป็นคนที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการค้าและต่างประเทศดี ขนาดเรื่องภายในเกี่ยวกับกองกำลังทหารมาเลเซียท่านยังรู้แล้วมาออกในคอลัมน์เปิดเลนส์ ในไทรัฐ เลยอยากให้ท่านวิจารณ์และบอกข้อดีข้อเสียและบอกว่ามีประเทศที่คอยแบ็กอัพไม่ให้เกิกโครงการนี้จริงหรือไม่อย่างไร |
|
| |
จาก ธีระวัฒน์ [ 23/4/49 23:58:23 ] |
sega_pond@hotmail.com
|
|
| |
สวัสดีครับ คณะผู้จัดทำและรับผิดชอบ โครงการคลองไทยให้ความรู้ประชาชน กระผม เป็นผู้หนึ่งที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับโครงการขุดคลอง คอคอดกระ ของไทยมานาน โดยส่วนตัวเห็นว่า โครงการนี้หากเกิดขึ้นจริง จะมีผลดีต่อประเทศชาติของเราเป็นอย่างมาก และจากการที่เข้าไปอ่านบทความต่างๆใน www.thai-canal.com แล้วยิ่งเป็นการตอกย้ำและยิ่งเห็นว่าสิ่งที่กระผมคิดและติดตามมา นั้นถูกต้อง กระผมทราบดีว่าหากโครงการนี้เกิดขิ้น จะมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของไทยในทางที่ดี มีผลประโยชน์อย่างมหาศาล และเช่นเดียวกันก็มีผลลบต่อ ประเทศเพื่อนบ้านของเราหลายประเทศรวมทั้งประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก มีการขัดขวางมาตลอด ด้วยวิธีการต่างๆ ที่จะไม่ให้โครงการนี้เกิดขึ้น โดยส่วนตัวแล้วอยากให้โครงการนี้เกิดขึ้นโดยเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ทราบดีว่ายังมี พี่น้องชาวไทยอีกมาก(โดยส่วนมาก) ยังไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง หรือแม้กระทั่งว่า ยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าโครงการคลองไทยนี้คืออะไร(จากการพูดคุยโดยส่วนตัวครับ) ขอเรียนว่าไม่มีผลประโยชน์หรือกลุ่มใดแอบแฝง มีเพียงความรักและหวังดีต่อประเทศชาติของเรา หากมีสิ่งใดที่เห็นว่ากระผมสามารถที่จะช่วยให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้ ขอให้ติดต่อมาตามที่อยู่ด้านล่างนี้ครับ ด้วยความยินดียิ่ง
|
|
| |
จาก Thanaphat [ 1/4/49 04:01:29 ] |
t_n_phat@yahoo.com
|
|
| |
เห็นโครงการนี้แล้ว ซึม เหมือนเห็นแม้วมันไม่ยอมลาออก แต่ถึงแม้วออกไป ผมก็ว่าโครงการนี้ก็คงยังซึมต่อไป
|
|
| |
จาก บอย [ 26/3/49 11:14:28 ] |
เห้ออออ<a
|
|
| |
เรียนท่านที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ผมอยากทราบว่าถ้าเกิดมีใครสักคนอยากเริ่มทำโครงการนี้จะต้องทำอย่างไร? เพราะผมต้องการที่จะให้โครงการได้เริ่มเสียทีเพื่อทันการเฉลิมฉลองพระชนมายุ 82 พรรษา และเพื่อให้พี่น้องคนไทยของเราได้มีความภาคภูมิใจในมาตุภูมิที่ปู่ ย่า ตา ยาย รักษาไว้ให้เรา เราเกิดมาชาติเดียวอยากทำสิ่งที่คนทั้งโลกต้องจดจำ ผมอยากทราบว่าผมต้องคุยกับใครเพื่อที่จะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้ โดยส่วนตัวแล้วผมมีคำถามดังนี้ 1. ถ้าสามารถหาแหล่งเงินทุนได้แล้วเราจะเริ่มได้หรือยัง 2. ใครเป็นผู้มีอำนาจเด็จขาดในการเซ็นต์สัญญาการดำเนินงาน และต้องมีการวางเงินค้ำประกันเท่าไหร่ 3. ผมต้องทำอย่างไรที่จะได้สัมปทานนี้ |
|
| |
จาก นิรันดร์ วรรณสุข [ 20/3/49 12:21:03 ] |
nwannasu@yahoo.com
|
|
| |
สวัสดีครับ ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าเวปนี้ใครเป็นผู้สร้างและดูแลอยู่ เพราะเห็น เป็น .com คิดว่าไม่น่าจะใช่ของรัฐบาลหรือองค์กรใดๆ พอดีเห็นเหตุการณ์บ้านเมืองวุ่นวาย ก็เลยคิดถึงโครงการที่หลายๆครั้งเคยเป็นหัวข้อสนทนาในบ้านเมือง ก็เลยลอง search ผ่าน google ดู โดยใช้ keyword \"คอคอดกระ\" ก็เลยมาเจอเวปนี้ครับ พออ่านแล้วก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมาอย่างมากมาย ไม่เคยคิดเลยว่าโครงการนี้จะให้ประโยชน์กับประเทศชาติได้มากมายมหาศาลขนาดนี้ ผมมีความสนใจมาก และอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมใดๆก็ได้ที่เป็นประโยชน์กับโครงการ หากถึงแม้ทางผู้ดูแลไม่มีการติดต่อกลับมา ผมก็ยินดีที่จะทำทุกวิถีทางที่จะประชาสัมพันธ์เวปไซต์แห่งนี้ให้ประชาชนทั่วไปรู้จักครับ |
|
| |
จาก pakornpop boonyuen [ 20/3/49 12:13:47 ] |
pakornpop@yahoo.com
|
|
| |
ผมรอการขุดคลอง คอคอดกระ อยู่นานแล้วนึกว่าไม่สนใจกันแล้วพอดีมาเจอ ขอแสดงความเห็นหน่อย สมัยก่อนเป็นที่รู้กันว่ามีเรือที่ข้ามผ่านคลองเข้ามาทางตามลำน้ำจืดของเราโดยไม่ผ่านมะละกาเช่นเข้ามาทางพังงาผ่านแม่น้ำคีรีรัฐ-อ่าวพุมเรียง เขาเรียกว่าเส้นทางสายไหมทางทะเล จากบันทึกของหลวงจีนอิงจิ้งพระชาวจีนก็เล่าเรื่องนี้ไว้ แล้วทำไมเราจะขุดคลองหรือลอกเส้นทางเดิมให้เรือผ่านไม่ได้เชี่ยวล่ะ ผมสนับสนุนเต็มที่ เรือบางลำอาจไม่เข้าเพราะไม่ได้ผ่านเมืองท่าอย่างมะลากา แต่ผมว่าน่าสนสำหรับเรือจีน เกาหลี และญีปุ่นเพราะน่าจะลดเวลาลงได้แม้จะแค่2-3วันก็เถอะ ถ้าจีน ญีปุ่น ร่วมลงทุนด้วยยิ่งดี เพราะจะทำให้เรือเขาผ่านเข้ามา ส่วนโครงการที่รัสเซียจะต่อท่อน้ำมันหรือสร้างทางรถไฟมามายังจีน และเกาหลีนั้น ยากที่จะเป็นไปได้กว่าคลองไทยเราเยอะ ไหนจะเรื่องเกาหลีเหนืออีกที่ขั้นเกาหลีใต้อยู่ สุดท้ายผมเป็นกำลังใจให้เร่งศึกษาต่อไปหวังว่าคงเป็นไปได้ เฝ้ารอ............ |
|
| |
จาก อัสนัย ดวงจินดา [ 20/3/49 12:10:06 ] |
god_army2005@hotmail.com
|
|
| |
กราบเรียนคณะกรรมาธิการวิสามัญ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ (ม.ค.2549) ที่เกี่ยวข้องกับการขายหุ้นชิน ของตระกูลดังให้กับกลุ่มทุนของ สิงค์โปร์ ทำให้กลุ่มทุนดังกล่าวครอบงำกิจการสื่อสารหลักในการดำเนินธุรกิจของคนไทย ซึ่งกิจการการสื่อสารดังกล่าวมีอิทธิพลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจของไทยอย่างแน่นอน แล้วทำไมล่ะ? ก็หากว่าวันหนึ่งมีการอนุมัติขุด คลองไทย ขึ้นมาจริง ใครล่ะครับที่จะเสียผลประโยชน์? ก็ประเทศสิงค์โปร์ที่มีประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐหนุนหลัง และหากผู้ที่เสียผลประโยชน์ ใช้อำนาจที่มีในกิจการการสื่อสารของไทย เป็นเครื่องมือในการต่อรองไม่ให้ขุดคลองไทยล่ะครับ อะไรจะเกิดขึ้น? ก็ทำให้ ไม่ได้ขุดคลองไทย และนี่แหละ คือความสิ้นหวังของคนไทย |
|
| |
จาก วีระ สุขเลิศ 3 ก.พ. 2549 [ 6/2/49 12:33:16 ] |
suklert@hotmail.com
|
|
| |
จิงๆๆ แล้วการขุดคลองนี้ มีตื้น ลึกหนา บางมากมาย ปัจจุบันนี้ อเมนิกา เป็นคนคุมการค้าบริเวณ ช่องแคบมะละกาอยู่ โดยผ่านสิงค์โปร์ ( ลิ่วล้ออเมริกา ) รวมถึงทุกน่านน้ำ ช่องแคบทั่วโลก ทำให้ประเทศจีนเปรียบเสมือนมหาอำนาจที่ถูกกักตัวไว้ ดังนัน้จีนต้องการให้ไทยขุดช่องแคบนี้อย่างมากโดย เสนอเงินมาให้ขุดเลย แต่อย่างว่าแหละ ตอนนั้น ชวลิพูดๆๆ อยู่แล้วก็เงียบไป ไม่รู้ มีไรในกอไผ่ป่าว
เรื่องเรือเดินเร็ว เดินช้านั้นหนะ เป็นแค่เรื่องหนึ่ง เล็กๆๆ เรื่องหนึ่งเอง ไม่ใช่เรื่องที่เค้ามาเถียงกันเท่าไหร่หรอกนะ มันมีความซับซ้อนมากกว่านี้เยอะ หรือเรีอชนกันอารายเนี่ย ถ้าไม่รู้ซักเท่าไหร่ก็อย่าพยายามเลยนะ เพราะคนโง่อวดฉลาดเนี่ย มันทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อน มากวว่า คนโง่แล้วรู้ตัวว่าโง่ |
|
| |
จาก kim [ 31/12/48 16:59:17 ] |
kimhan_69@yahoo.com
|
|
| |
อีปู ไมโง่จิงๆๆ มึงไปนอนกินหญ้าที่ไหนมา เส้นทางเรือผ่าน เนี่ยไม่ได้มีประโยชน์แค่เรือผ่านนะ อีควาย ไม่ได้เหมือนเปิดถนนหน้าบ้านมึงให้ควายเดิน แล้วเก็บตังเรือที่ผ่าน เค้าเอาไว้ทำการค้า น้ำมัน ยุทธศสตร์ทางทะเล เพราะเรือรบจะคุมทะเลสองฝั่งไม่ได้ ต้องไปอ้อมมาเลย์ก่อน
ถ้ามึงมองแต่ความเร็วเรือ วิ่งไป วิ่งมาก็โง่จิงๆๆ นะ |
|
| |
จาก กูเบื่อหวะพวกงี้เง่า เอาตัวเลขสองสามตัวมาอ้าง [ 31/12/48 16:47:52 ] |
kkoo@yahoo.com
|
|
| |
เรือใหญ่มากแล่น ในคลองกระ ความเร็วจะต้องต่ำมาก 2-3 น้อต แต่แล่นในช่องมะละกาได้เร็วถึง 15-18 น้อต คลองกระจึงไม่ลดเวลาการเดินเรือ เส้นทางเดินเรือจากหัวเกาะสุมาตรา ไปจนถึงปลายใต้เกาะpalawanของphilippines หากผ่านคลองกระ ระยะทาง 1500 ไมล์ทะเล หากไม่ผ่านคลองกระ(ผ่านช่องแคบมะละกา) ระยะทาง 2000ไมล์ทะเล จะเห็นได้ว่า คลองกระได้ช่วย ย่นระยะทางไม่มาก แต่เรือที่ผ่านคลองกระต้องแล่นช้ามาก จะต้องใช้เวลานานกว่า (เรือที่แล่นสวนกันในคลองกระ จะต้องแล่นเฉียดกัน อาจชนกัน จึงต้องลดความเร็ว เพราะหากชนกันในคลองกระ และเรือจมขวางคลอง ก็ต้องปิดคลองเป็นปี) สรุปว่า ไม่มีความคุ้มค่า ในการขุดคลองกระ จาก ปู |
|
| |
จาก ปู [ 18/12/48 11:32:12 ] |
ปู
|
|
| |
อยากทราบโครงการนี้ บุคคลที่เป็นตัวตั้งตัวตีคือ ใครครับ เวบไม่ได้บอกอะไรชัดเจนเลย อ่านแล้ว เหมือนเวบฯเถื่อน คับ |
|
| |
จาก ไทเกี้ยน [ 16/12/48 14:49:18 ] |
uu@hotmail.com
|
|
| |
อยากทราบโครงการนี้ บุคคลที่เป้นตัวตั้งตัวตีคือ ใครครับ เวบไม่ได้บอกอะไรชัดเจนเลย อ่านแล้ว เหมือนเวบฯเถื่อน คับ |
|
| |
จาก ไทเกี้ยน [ 16/12/48 14:49:05 ] |
uu@hotmail.com
|
|
| |
ถ้า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แยกไปอยู่กับมาเลเซียได้ จะเกิดส่วนแคบของแผ่นดินให้มาเลเซียขุดคลองแทนเราได้รึเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้น ซวยเลย รีบขุดของเราจะดีกว่านะครับ |
|
| |
จาก เอาใจช่วย [ 14/12/48 11:11:40 ] |
chaowayan@hotmail.com
|
|
| |
เห็นด้วยกับข้อความข้างล่างมากๆ เว็บก็ไม่ได้อับเดท อยากให้สร้างเร็วๆได้แล้ว ไม่อยากรอเหมือนสุวรรณภูมิ |
|
| |
จาก ดีแต่พูด [ 11/10/48 15:59:03 ] |
เบื่อ
|
|
| |
โทษนะ มีแต่การบรรยายอ่ะครับ มีแต่รูปธรรม แล้วจะเริ่มขุดกันเมื่อไหร่เหรอ ให้เห็นเป็นนามธรรม บอกได้มั้ยครับ ก็เห็นอนุมัติแล้ว สำรวจแล้ว ขุดเมื่อไหร่ล่ะครับ การออกทีวี ให้สัมภาษณ์ ก็ตั้งแต่ปี 2544-2546 ตอนนี้ก็ 2548 เพิ่งได้รับการอนุมัติ โทษนะครับ ที่แสดงความคิดเห็นแรงไป แต่อยากให้ขุดเร็วๆ ไม่อยากให้เหมือนสุวรรณภูมิ 40 ปี นะครับ ตอนนี้ 2548 ยังไม่ได้ลงมือสร้าง มีแต่อนุมัติ สำรวจ ประชุม บรรยายประโยชน์ ศึกษาและยังมีเส้นทางขุดอีก หลายเส้นให้เลือกสรรค์ แล้วเมื่อไหร่จะได้ขุดกันล่ะครับ ตอนนี้ยิ่งทำเมคกะโปรเจคอีก เห็นทีเรื่องนี้เงียบอีกแหง่ๆ |
|
| |
จาก คนไทย [ 11/10/48 13:36:38 ] |
n_goodboy@hotmail.com
|
|
| |
ลองพิจารณาดูแผ่นที่โลก คลองปานามาหรือคลองสุเอซขุดเพื่ออ้อมทวีปเปรียบเสมือนฝ่ามือใหญ่ ๆ แหลมมาลายูเทียบแล้วเล็กกว่านิ้วก้อยเสียอีก เรือใหญ่เมื่อคิดระยะทางกับเวลาแล้ว แล่นเรืออ้อมแหลมมาลายูจะประหยัดเวลาและเชื้อเพลิงมากกว่าการรอคอยเข้าคลอง ทั้งระดับน้ำที่ต่างกัน(น้ำขึ้น ลงก็ต่างกันด้วย) ความลึก แนวชายฝั่ง มรสุม |
|
| |
จาก อุ๋ย [ 10/10/48 15:20:34 ] |
tatong-95@hotmail
|
|
| |
ควรให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนในพื้นที่ ทีมีผลกระทบจากการขุดคลองไทยทราบรายละเอียดในทั้งหมดครับ ขอาจมีการจัดประชุมสัมมนา ประชาพิจารณ์ ให้ประชาชนในพื้นที่ไดมีส่วนร่วมน๊ะครับ จะเกิดผลดีแก่ประเทศและทุกๆฝ่าย - ควรมีการแจ้งครงการที่ชัดเจน น๊ะครับว่าจะขุดผ่านหมู่บ้านไหน จุดไหนบ้าง ค่าชดเชยเป็นอย่างไร ? ประชาชนเขาจะได้เตรียมตัวถูก ปัญหาจะได้น้อยลงครับ _ เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง เพื่อคนไทยทุกๆคน แต่อย่าลืมคนไทย หมื่นๆแสนๆคน ที่จะมีผลกระทบกับชีวิต ครอบครัว ที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากิน วงจรชีวิตเขาจะประกอบอาชีพอะไรหาเลี้ยงครอบครัวต่อไป รัฐบาลมีคำตอบให้เขารึยัง ??????? ถ้ายัง ก็ควรไปให้คำตอบเขาก่อน ก่อนจะอาศัยมติของประชาชนภาคอื่นๆที่คลองไทยไม่ผ่านมามัดมือมัดเท้าแล้วทำร้าย คนไทยด้วยกันครับ |
|
| |
จาก คนไทยครับ | | | |